ข้อมูลสหรัฐฯ และความเชื่อมั่นต่อความเสี่ยง
ข้อมูลสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด โดยดุลการค้าสินค้าและบริการขาดดุลลดลงเหลือ 54.5 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม จาก 72.9 พันล้านดอลลาร์ในเดือนธันวาคม (ดุลการค้าขาดดุลคือประเทศนำเข้ามากกว่าส่งออก) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial jobless claims: จำนวนคนยื่นขอเงินช่วยเหลือว่างงานครั้งแรก) ลดลงเหลือ 213,000 รายในสัปดาห์สิ้นสุด 7 มีนาคม จากตัวเลขที่ปรับแล้ว 214,000 เทียบกับที่คาด 215,000 บนกราฟ 1 ชั่วโมง GBP/USD อยู่ราว 1.3345 ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย (Simple Moving Average: SMA คือเส้นค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลังเพื่อดูแนวโน้ม) 20 ช่วง ที่ 1.3381 และ SMA 100 ช่วง ที่ 1.3396 โดย RSI อยู่ที่ 34 (RSI หรือดัชนีแรงส่งราคา ใช้ดูว่า “ขายมากเกินไป/ซื้อมากเกินไป”) บนกราฟ 4 ชั่วโมง SMA 100 ช่วง อยู่ใกล้ 1.3438 และ SMA 20 ช่วง ใกล้ 1.3412 โดย RSI อยู่แถวต้นๆ ระดับ 40 แนวต้านอยู่ที่ 1.3370 และ 1.3409 แนวรับอยู่ที่ 1.3339 หากหลุดต่ำกว่า 1.3339 อาจไหลลงไปโซนกลาง 1.32 ส่วนหากขึ้นเหนือ 1.3409 จะทำให้แรงมองลงอ่อนลง เราเห็นภาพคล้ายช่วงนี้ของปีก่อน เมื่อความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้กังวลว่าเงินเฟ้อจะพุ่งจากราคาน้ำมัน (oil-driven inflation spike: เงินเฟ้อพุ่งเพราะพลังงานแพง) ในเดือนมีนาคม 2025 เหตุการณ์นั้นกด GBP/USD ลงใกล้ 1.3350 เพราะตลาดลดความคาดหวังว่า BoE จะลดดอกเบี้ย วันนี้คู่นี้ซื้อขายต่ำกว่ามากใกล้ 1.2450 เผชิญแรงกดดันคล้ายกันแต่มีรายละเอียดต่างกันนโยบาย BoE และภาพรวมตลาดน้ำมัน
BoE อยู่ในจุดที่ตัดสินใจยากอีกครั้ง โดยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Bank Rate: ดอกเบี้ยหลักที่ธนาคารกลางใช้กำหนดทิศทางการเงิน) ไว้ที่ 4.25% ก่อนการประชุมสัปดาห์หน้า แม้เงินเฟ้ออังกฤษจะลดลงจากจุดสูงในปี 2025 แต่ตัวเลข CPI ล่าสุดเดือนมกราคม 2026 อยู่ที่ 3.1% และยังลดลงยาก (CPI คือดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อ) สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางมาก เงินเฟ้อที่ยังดื้อแบบนี้ทำให้การพูดถึงการลดดอกเบี้ยยาก เหมือนตอนราคาน้ำมันช็อกปีก่อน ต่างจากแรงกระแทกจากฝั่งอุปทานที่เห็นในปี 2025 (supply-side shock: ของขาด/ผลิตไม่ได้ทำให้ราคาแพง) ตอนนี้ราคาน้ำมันถูกชี้นำมากขึ้นด้วยความกังวลเรื่องอุปสงค์โลก (global demand concerns: คน/ธุรกิจใช้พลังงานน้อยลง) น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude: ราคาน้ำมันอ้างอิงของตลาดโลก) อยู่แถว 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่ำกว่าจุดสูงปีก่อน แต่การคุมการผลิตของ OPEC+ (กลุ่มผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร) ช่วยพยุงราคา ทำให้ราคาพลังงานไม่ร่วงแรง และเงินเฟ้อไม่ลดลงเร็วพอที่จะทำให้ BoE “ลดดอกเบี้ยได้สบายใจ” อีกด้านหนึ่ง เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแรง หนุนค่าเงินดอลลาร์ รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls: จำนวนงานที่เพิ่ม/ลดในสหรัฐฯ ยกเว้นภาคเกษตร) เดือนกุมภาพันธ์ 2026 ระบุว่าเพิ่ม 275,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาด ช่วยให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) มีเหตุผล “รอดูไปก่อน” มากขึ้น ภาพนี้—BoEลังเลกับ Fed ที่รอได้—กดดันเงินปอนด์ Create your live VT Markets account and start trading now.
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets