ปัจจัยที่ทำให้ราคากลับทิศ
ความผันผวนของราคาเกิดตามข่าวหลายเหตุการณ์ รวมถึงความเห็นทางการเมืองของสหรัฐฯ และแถลงการณ์จาก Saudi Aramco (บริษัทน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย) Saudi Aramco ระบุว่าจะเพิ่มการส่งน้ำมันดิบผ่านท่อไปทะเลแดงเป็น 7 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในไม่กี่วัน ทำให้สามารถกลับมาส่งออกได้ 70% ของระดับปกติ ช่วงปลายตลาดมีรายงานเรื่องความเป็นไปได้ในการวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาดีดขึ้นชั่วคราว จากนั้นราคาก็ร่วงลงอีกหลัง Wall Street Journal รายงานว่า IEA (สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ) เสนอให้ระบายน้ำมันจากคลังสำรองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เพื่อกดราคาที่กำลังสูงขึ้น (การระบายคลังสำรอง: นำน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์ออกมาขายเพิ่มอุปทาน) เมื่อมองย้อนกลับไปที่การกลับทิศลงแรงในปี 2025 จะเห็นว่าข่าวการเมืองและความขัดแย้งสามารถขับเคลื่อนตลาดน้ำมันได้เร็วมาก เหตุการณ์นั้นที่ราคาลดลง 11% ในวันเดียวเป็นบทเรียนสำคัญต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ขณะนี้ Brent ซื้อขายราว 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลเรื่องการขนส่งในตะวันออกกลางที่กลับมาอีกครั้ง ทำให้โอกาสผันผวนแรงยังสูง จากบทเรียนการร่วงฉับพลันในปี 2025 ผู้ค้าควรพิจารณากลยุทธ์ที่ทำกำไรจาก “ความผันผวน” เอง ความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ระดับความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาพรีเมียมของออปชัน) ของออปชัน Brent เพิ่มขึ้นแล้ว โดยดัชนี OVX (ดัชนีวัดความผันผวนของออปชันน้ำมัน) จาก 30 เป็น 35 ในสองสัปดาห์ล่าสุด จึงอาจเหมาะกับการใช้สตรัดเดิลหรือสตรางเกิล (กลยุทธ์ออปชันที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาแกว่งแรง ไม่จำเป็นต้องเดาถูกทิศทาง) มากกว่าการเดิมพันทิศทางราคาแบบตรงไปตรงมา ปัจจัยพื้นฐานด้านอุปทานและอุปสงค์ยังตึงตัว (ตึงตัว: ของมีจำกัดเมื่อเทียบกับความต้องการ) ซึ่งต่างจากความเสี่ยงจากข่าว พาดหัว การประชุม OPEC+ ล่าสุดยังคงมาตรการลดกำลังการผลิตไปถึงไตรมาสสอง และประมาณการมีนาคม 2026 ของ EIA (หน่วยงานข้อมูลพลังงานสหรัฐฯ) ปรับลดคาดการณ์การเพิ่มขึ้นของการผลิตเชลสหรัฐฯเล็กน้อย (เชล: น้ำมันจากหินดินดาน) หมายความว่าแม้มีความคืบหน้าทางการทูตแบบฉับพลันจนราคาลดลงได้ แต่ “ระดับรับ” จากปัจจัยพื้นฐานน่าจะสูงกว่าปีก่อนการวางสถานะและการจัดการความเสี่ยง
ปี 2025 แสดงให้เห็นว่า ข่าวประกาศจาก Saudi Aramco หรือ IEA สามารถทำให้ราคาที่กำลังขึ้นกลับตัวลงได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง ดังนั้นการถือสถานะซื้อ (long: ได้กำไรเมื่อราคาขึ้น) โดยไม่มีการป้องกันความเสี่ยงจึงเสี่ยงมากในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ผู้ค้าควรพิจารณาใช้คอลสเปรด (call spread: ซื้อคอลและขายคอลอีกตัวเพื่อลดต้นทุน แต่จำกัดกำไรสูงสุด) เพื่อลดต้นทุนการเข้า หรือซื้อพุต (put: ออปชันที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาลง) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการร่วงฉับพลัน เส้นโค้งฟิวเจอร์ส (futures curve: ความสัมพันธ์ของราคาในแต่ละเดือนส่งมอบ) ก็สะท้อนภาพ โดยราคาล่วงหน้า 12 เดือนอยู่ราว 81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล บ่งชี้ว่าตลาดยังตึงตัว แต่ไม่ถึงขั้นตื่นตระหนก ภาวะแบ็กเวิร์เดชัน (backwardation: ราคาสัญญาใกล้แพงกว่าสัญญาไกล มักชี้ว่าของตึงตัว) สนับสนุนการถือสถานะซื้อ แต่บทเรียนจากปี 2025 สอนให้เตรียมรับข่าวฉับพลันที่อาจกดปัจจัยพื้นฐานได้ ควรจับตาคำแถลงเรื่องการระบายน้ำมันจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve: คลังสำรองน้ำมันของรัฐ) เพราะเป็นตัวเร่งให้เกิดแรงขายในครั้งนั้น
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets