IEA วางแผนระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อสกัดราคาน้ำมันดิบท่ามกลางความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิสราเอล–อิหร่าน

by VT Markets
/
Mar 11, 2026
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA: หน่วยงานระหว่างประเทศที่ติดตามและประสานนโยบายพลังงานของประเทศสมาชิก) เสนอแผน “ปล่อยน้ำมันสำรอง” ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อช่วยกดราคาน้ำมันดิบ ตามรายงานของ Wall Street Journal เมื่อวันพุธ ราคาน้ำมันปรับขึ้นระหว่างความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่าน แผนปล่อยน้ำมันนี้จะมากกว่า 182 ล้านบาร์เรลที่ประเทศสมาชิก IEA เคยปล่อย 2 รอบในปี 2022 หลังรัสเซียเริ่มบุกยูเครนเต็มรูปแบบ

ผลกระทบต่อตลาดจากการปล่อยน้ำมันสำรอง

ขณะเขียนข่าวนี้ West Texas Intermediate (WTI: น้ำมันดิบเกณฑ์มาตรฐานของสหรัฐฯ) ลดลง 3.25% ในวันเดียว อยู่ที่ 82.09 ดอลลาร์ โดยย่อลงมาจากจุดสูงสุดในรอบกว่า 3 ปีที่ 113.28 ดอลลาร์เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ตอนนี้เราเห็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures: สัญญาตกลงซื้อขายในอนาคตตามราคา/วันที่กำหนด) ของ WTI แกว่งตัวค่อนข้างนิ่งแถว 84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากแรงที่ชนกันของตลาด OPEC+ (กลุ่มโอเปกและพันธมิตรผู้ผลิตน้ำมัน) ยังลดกำลังผลิตต่อเนื่อง โดยการทำตามข้อตกลง (compliance: ผลการทำตามโควตาหรือข้อตกลงร่วม) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 สูงกว่า 90% ช่วยพยุงราคาไว้ แต่ถูกหักล้างด้วยอุปทานนอกโอเปกที่ยังมาก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่การผลิตทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 13.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน สำหรับตลาดอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาทางการเงินที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ เช่น น้ำมัน) หมายความว่า “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาของออปชัน) ยังสูง โดยดัชนี CBOE Crude Oil ETF Volatility Index (OVX: ดัชนีวัดความผันผวนที่คาดไว้ของออปชันที่อิงกองทุน ETF น้ำมันดิบ) อยู่ใกล้ 38 สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตมาก ทำให้การซื้อออปชันมีต้นทุนสูง ผู้ค้าจึงอาจพิจารณากลยุทธ์ที่เน้น “ขายพรีเมียม” (sell premium: ขายออปชันเพื่อรับค่าเบี้ย) เช่น short strangle (ขาย call และ put คนละราคากับราคาปัจจุบัน) หรือ iron condor (โครงสร้างออปชัน 4 ขาเพื่อจำกัดความเสี่ยง) หากคาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ อย่างไรก็ตาม การแกว่งแรงในอดีตทำให้การถือสถานะลักษณะนี้เสี่ยง หากไม่มีจุดตัดขาดทุน (stop-loss: คำสั่งปิดสถานะเมื่อขาดทุนถึงระดับที่ตั้งไว้) ที่เข้มงวด

การเติมคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์และโครงสร้างราคาในแต่ละเดือน

ไม่อาจมองข้ามว่า การปล่อยน้ำมันฉุกเฉินในปี 2025 ทำให้คลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (strategic petroleum reserves: น้ำมันสำรองของรัฐไว้ใช้ยามฉุกเฉิน) ลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1983 ตลาดจึงสะท้อนความจำเป็นที่รัฐบาล โดยเฉพาะสหรัฐฯ จะต้องกลับมาซื้อเพื่อเติมสต็อกอย่างจริงจัง สิ่งนี้ทำให้โครงสร้างราคาแบบสัญญาล่วงหน้า (forward curve: ราคาสัญญาแต่ละเดือนเรียงตามเวลา) เอนเอียงไปทางขาขึ้น (bullish skew: ราคาฝั่งไกล/อนาคตสะท้อนทิศทางบวกมากกว่า) และอาจเหมาะกับกลยุทธ์อย่าง calendar spreads (สเปรดต่างเดือน: ซื้อสัญญาเดือนไกลและขายสัญญาเดือนใกล้) เพื่อใช้ประโยชน์จากส่วนต่างราคา

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code