ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
ราคาน้ำมันลดลงในวันจันทร์ โดย WTI ลด 5.84% และ Brent ลด 3.69% ช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ จึงทำให้ดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรปรับลง ขณะตลาดยังประเมินความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐ) จะลดดอกเบี้ย CME FedWatch (เครื่องมือจากตลาด CME ที่คำนวณความน่าจะเป็นการขึ้น/ลงดอกเบี้ยของ Fed จากราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) แสดงโอกาส 57.2% ของการลดดอกเบี้ยครั้งแรกในปี 2026 เดือนกรกฎาคม และ 40.8% ในเดือนมิถุนายน ค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของ ADP Employment Change (รายงานการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP) เพิ่มเป็น 15.5K จาก 12.8K โดย CPI จะประกาศวันพุธ และ PCE จะประกาศวันศุกร์ (CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค, PCE: ดัชนีราคาค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล ซึ่ง Fed ให้ความสำคัญ) เชิงเทคนิค (technical: การดูกราฟราคาและตัวชี้วัด) ทองคำขึ้นเหนือ $5,200 หลังยืนแนวรับ (support: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อช่วยพยุงราคา) แถว $5,105 โดยมีกรอบล่างใกล้ $4,880 และกรอบบนใกล้ $5,330 RSI (Relative Strength Index: ตัวชี้วัดแรงซื้อแรงขาย) อยู่เหนือ 50 ส่วน ADX ใกล้ 14 บ่งชี้ว่าแนวโน้มยังไม่แข็งแรง (ADX: ตัวชี้วัดความแข็งแรงของแนวโน้ม ไม่ได้บอกทิศทาง) ธนาคารกลางซื้อทองเพิ่ม 1,136 ตัน มูลค่าราว $70 พันล้าน ในปี 2022 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยทั่วไปทองมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และอาจเคลื่อนไหวสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง (risk assets: สินทรัพย์ที่ราคาผันผวนตามความเสี่ยง เช่น หุ้น)การวางกลยุทธ์และการจัดการความเสี่ยง
เมื่อทองยืนเหนือ $5,200 ได้ชัดเจน อาจพิจารณาซื้อออปชันคอล (call options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อในราคา/เวลาที่กำหนด) เพื่อหวังขึ้นไปทดสอบโซนแนวต้าน (resistance zone: ระดับราคาที่มักมีแรงขายกดราคา) แถว $5,330 โดยแรงหนุนพื้นฐาน (fundamental: ปัจจัยเศรษฐกิจ/ข่าวที่กระทบราคา) มาจากสงครามสหรัฐ–อิหร่านและความคาดหวังการลดดอกเบี้ยของ Fed อย่างไรก็ดี หากมีข่าวลดความตึงเครียดกะทันหัน ราคาอาจย่อลงแรง จึงต้องควบคุมความเสี่ยงของสถานะซื้อ (long positions: การถือเพื่อหวังราคาขึ้น) อย่างเคร่งครัด ความแข็งแกร่งของราคานี้มาจากการสะสมทองอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางทั่วโลก โดยแนวโน้มนี้ชัดขึ้นในปี 2023 เมื่อพวกเขาเพิ่มมากกว่า 1,037 ตันในทุนสำรอง การซื้อสม่ำเสมอทำให้ตลาดมีแรงรับซื้อรองรับ จึงทำให้การขายชอร์ตแบบหนัก ๆ (short-selling: ขายก่อนแล้วค่อยซื้อคืนเพื่อหวังกำไรจากราคาลง) มีความเสี่ยงสูง การย่อตัวมาก ๆ มักถูกมองเป็นโอกาสซื้อโดยผู้เล่นรายใหญ่ ข้อมูลเงินเฟ้อ CPI และ PCE สัปดาห์นี้เป็นเหตุการณ์สำคัญที่อาจเปลี่ยนมุมมองตลาด หากเงินเฟ้อออกมาร้อนกว่าคาด อาจทำให้ตลาดเลื่อนความคาดหวังการลดดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมออกไป ดันดอลลาร์แข็งขึ้นและกดดันทอง สถานการณ์นี้ต่างจากช่วงทองพุ่งตอนเริ่มสงครามยูเครนปี 2022 ที่ถูกจำกัดเพราะ Fed ขึ้นดอกเบี้ยแรง (aggressively hiking: ขึ้นดอกเบี้ยเร็วและมาก) แต่วันนี้ Fed มีแนวโน้มลดดอกเบี้ย ซึ่งช่วยหนุนทองแม้ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์จะเพิ่มแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven: สินทรัพย์ที่คนมักถือเมื่อเสี่ยงสูง เช่น ทอง) ทำให้กลยุทธ์ซื้อเมื่อย่อ (buying on dips: ซื้อเมื่อราคาย่อลง) ใช้ได้มากกว่าเดิม เมื่อข่าวสงครามยังสลับไปมาและผลข้อมูลเงินเฟ้ออาจออกได้สองทาง (binary risk: ความเสี่ยงแบบ “ไปทางใดทางหนึ่งอย่างชัดเจน”) การเทรดที่อาศัยความผันผวน (volatility: การแกว่งของราคา) เป็นแนวทางที่เหมาะสม แนวโน้มที่ไม่แข็งแรงบ่งชี้ว่าราคาอาจแกว่งแรงและคาดเดายากมากกว่าจะไต่ขึ้นต่อเนื่อง การใช้ออปชันทำกลยุทธ์ลองสแตรงเกิล (long strangle: ซื้อคอลและพุตคนละราคา เพื่อหวังกำไรจากการหลุดกรอบขึ้นหรือลงแรง) ช่วยทำกำไรได้หากราคาเบรกกรอบไปทางใดทางหนึ่งอย่างมีนัยสำคัญ สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets