จากข้อมูลระบุว่า ราคาเงินพุ่งขึ้นแตะ 89.34 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 2.66% จากเดิมที่ 87.03 ดอลลาร์

by VT Markets
/
Mar 10, 2026
ราคาเงินปรับขึ้นในวันอังคาร ตามข้อมูลของ FXStreet คู่ XAG/USD ซื้อขายที่ 89.34 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทรอย เพิ่มขึ้น 2.66% จาก 87.03 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ตั้งแต่ต้นปี ราคาเงินเพิ่มขึ้น 25.69% โดยวันอังคารอยู่ที่ 2.87 ดอลลาร์ต่อกรัม

อัปเดตอัตราส่วนทองคำต่อเงิน

อัตราส่วนทองคำ/เงินอยู่ที่ 58.05 ในวันอังคาร ลดลงจาก 59.05 ในวันจันทร์ อัตราส่วนนี้บอกว่า “ต้องใช้เงินกี่ออนซ์” จึงจะมีมูลค่าเท่ากับทองคำ 1 ออนซ์ เงินซื้อขายได้ทั้งแบบจับต้องได้ เช่น เหรียญและแท่ง และผ่านผลิตภัณฑ์อย่างกองทุน ETF ที่อิงราคาตลาด (ETF คือกองทุนที่ซื้อขายในตลาดเหมือนหุ้น และมีเป้าหมายทำให้ราคาเคลื่อนไหวใกล้กับสินทรัพย์อ้างอิง) การขึ้นลงของราคาอาจได้รับผลจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (ความตึงเครียดระหว่างประเทศ), ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย, อัตราดอกเบี้ย และการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัยอื่น ๆ ได้แก่ ความต้องการใช้เงิน, ปริมาณเงินจากเหมือง และอัตราการรีไซเคิล การใช้ในอุตสาหกรรม เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และพลังงานแสงอาทิตย์ก็มีผลต่อราคา เช่นเดียวกับภาวะเศรษฐกิจในสหรัฐ จีน และอินเดีย รวมถึงความต้องการเครื่องประดับ ราคาเงินมักเคลื่อนไหวไปทางเดียวกับทองคำ อัตราส่วนทองคำ/เงินใช้เพื่อเปรียบเทียบมูลค่า “สัมพัทธ์” ระหว่างโลหะทั้งสอง

การจัดการความเสี่ยงในตลาดที่ผันผวน

จากการที่ราคาเงินพุ่งขึ้น 25.69% ตั้งแต่ต้นปี ควรคาดว่าความผันผวนจะยังสูง ที่ราคา 89.34 ดอลลาร์ ผู้ซื้อขายอาจใช้ “ออปชัน” เพื่อจัดการความเสี่ยง (ออปชันคือสัญญาที่ให้ “สิทธิ” ซื้อหรือขายในราคาและเวลาที่กำหนด) เช่น ซื้อคอล (คอลคือออปชันสิทธิซื้อ) เพื่อได้ประโยชน์หากราคาขึ้นต่อ พร้อมกำหนดขาดทุนสูงสุดไว้ชัดเจน โมเมนตัมที่แรง (โมเมนตัมคือแรงส่งของการเคลื่อนไหวราคา) บ่งชี้ว่าการย่อตัวอาจสั้น แต่ตลาดก็ยังเสี่ยงเกิดการปรับฐานแรง (การปรับฐานคือการลงแรงหลังขึ้นเร็ว) การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจเฉพาะช่วง หลังธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) หันไปใช้นโยบายผ่อนคลาย (ผ่อนคลายคือแนวทางลดความตึง เช่น ลดดอกเบี้ย) ตลอดช่วงใหญ่ของปี 2025 หลังต่อสู้เงินเฟ้อ ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลงเป็นแรงหนุนสำคัญต่อโลหะมีค่า และแนวโน้มนี้อาจต่อเนื่องหากยังมีการลดดอกเบี้ย รายงานไตรมาสล่าสุดจากสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐ (BEA) ยืนยันว่า GDP โตช้าลง (GDP คือมูลค่าการผลิตรวมของประเทศ) ทำให้มุมมองเชิงผ่อนคลายของ Fed ชัดขึ้น และเพิ่มความน่าสนใจของเงินในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงด้านค่าเงิน (เฮดจ์คือการป้องกันความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคา/มูลค่าเงิน) อุปสงค์จากภาคอุตสาหกรรมยังเป็นแรงพยุงสำคัญ รายงานตลาดปี 2025 ของ Silver Institute ระบุว่าการใช้ในภาคโซลาร์และรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นกว่า 15% กินสัดส่วนมากของปริมาณจากเหมือง อุปสงค์ของจริงที่แข็งแกร่ง (อุปสงค์ของจริงคือการต้องการใช้โลหะจริง ไม่ใช่แค่เก็งกำไรผ่านสัญญา) ชี้ว่าผู้ซื้อขาย “อนุพันธ์” (อนุพันธ์คือสัญญาที่มูลค่าขึ้นกับราคาสินทรัพย์อ้างอิง) ควรระวังการเปิดสถานะขายจำนวนมาก เพราะผู้ซื้อฝั่งอุตสาหกรรมอาจเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว อัตราส่วนทองคำ/เงินที่ลดลงมา 58.05 แปลว่าเงินทำผลงานดีกว่าทองคำอย่างชัดเจน ซึ่งมักเป็นสัญญาณของตลาดขาขึ้นที่เข้าสู่ช่วงท้ายในกลุ่มโลหะมีค่า เราเคยเห็นอัตราส่วนนี้อยู่เหนือ 80 ในปี 2023 ดังนั้นการลดลงล่าสุดสะท้อนว่าเงิน “ไวต่อการขึ้นลง” มากกว่า (เบตาสูงคือราคามักแกว่งแรงกว่าตลาด/สินทรัพย์อ้างอิง) ผู้ซื้อขายอาจมองการที่อัตราส่วนแคบลงเป็นสัญญาณว่าช่วงที่พุ่งแรงที่สุดอาจใกล้จบ จึงควรตั้งจุดตัดขาดทุนให้ใกล้ขึ้นสำหรับสถานะซื้อ (สต็อปลอสคือคำสั่งปิดเพื่อจำกัดขาดทุน) สร้างบัญชีจริงของ VT Markets และ เริ่มเทรด ตอนนี้

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code