ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการปล่อยน้ำมันของ IEA
ถ้า IEA เดินหน้าไปสู่การปล่อย 300–400 ล้านบาร์เรล EUR/USD อาจเด้งขึ้นช่วงสั้น แต่การขึ้นอาจติดใกล้ 1.1600 และการขึ้นต่อเนื่องเหนือบริเวณนั้นถูกมองว่าไม่น่าเกิดขึ้นตาม “สถานะการถือครอง” ปัจจุบัน (positioning: นักลงทุนส่วนใหญ่ถือฝั่งไหน/วางเดิมพันไปทางใด) ถ้าหลุดต่ำกว่า 1.1475/1.1500 ความผันผวน (volatility: ราคาแกว่งแรงและเร็ว) อาจเพิ่มขึ้น และ EUR/USD อาจไหลลงสู่ 1.1400 อย่างรวดเร็วการประเมินราคาตลาดและกลยุทธ์การเทรด
การปล่อยน้ำมันครั้งใหญ่ 300–400 ล้านบาร์เรลที่เคยถูกพูดถึง ไม่ได้เกิดขึ้นจริง มีเพียงการปล่อยแบบประสานงาน 60 ล้านบาร์เรลในเดือนตุลาคม 2025 ซึ่งกดราคาน้ำมันได้แค่ชั่วคราว และทำให้ EUR/USD รีบาวด์สั้น ๆ แต่ไปไม่ถึงใกล้ 1.1600 ตลาดมองเร็วว่ามันไม่ใช่ทางแก้ระยะยาวของปัญหาอุปสงค์–อุปทาน (supply-demand imbalance: ปริมาณผลิต/ขายไม่พอกับความต้องการซื้อ หรือกลับกัน) แม้ ECB (ธนาคารกลางยุโรป) จะขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายในพฤศจิกายน 2025 ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยแคบลง แต่ถูกกลบด้วยความกังวลเศรษฐกิจถดถอย (recession: เศรษฐกิจหดตัวต่อเนื่อง) ตอนนี้ตลาดเริ่ม “ตีราคา” ว่า ECB อาจลดดอกเบี้ยปลายปีนี้ (pricing in: ราคาสินทรัพย์สะท้อนความคาดการณ์นั้นไปแล้ว) ทำให้ผลบวกต่อยูโรก่อนหน้าแทบหายไป ตรงข้ามกับเฟด (ธนาคารกลางสหรัฐ) ที่ยังคงท่าทีด้านนโยบายค่อนข้างคงที่ ท่ามกลางข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังแข็งแรง ดังนั้น การแข็งค่าของ EUR/USD ควรถูกมองเป็นโอกาสสำหรับการวางแผนขาลง เทรดเดอร์อาจพิจารณาซื้อ “ออปชันพุท” (put options: สัญญาที่ให้สิทธิขายในราคาเป้าหมาย เหมาะเมื่อคาดว่าราคาจะลง) ที่ราคาใช้สิทธิ (strike price: ราคาที่กำหนดในสัญญา) แถว 1.1250 หรือ 1.1200 เพราะมีโอกาสกลับไปทดสอบจุดต่ำช่วงฤดูหนาว (winter lows: จุดต่ำเดิมในช่วงหน้าหนาว) หากราคาพลังงานไม่ลดลงมาก การขายช่วงรีบาวด์ที่เข้าใกล้โซนแนวรับเดิม 1.1475/1.1500 (ซึ่งอาจกลายเป็นแนวต้าน: ระดับที่มักมีแรงขายกดไว้) เป็นกลยุทธ์ที่ชัดเจนในสัปดาห์ข้างหน้า
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets