ความแข็งแกร่งของดอลลาร์และการคาดการณ์ดอกเบี้ย
ตลาดประเมินโอกาสเกือบ 95% ที่ดอกเบี้ยสหรัฐจะ “คงไว้” ในการประชุมเดือนมีนาคม ตามเครื่องมือ CME FedWatch (เครื่องมือที่ใช้ดูว่าตลาดคาดดอกเบี้ยของ Fed อย่างไร) โดยทั่วไปดอลลาร์ที่แข็งค่ามักกดดันโลหะที่ตั้งราคาเป็นดอลลาร์ เพราะทำให้ผู้ซื้อที่ใช้เงินสกุลอื่นต้องจ่ายแพงขึ้น ข้อมูลแรงงานสหรัฐอ่อนแอกว่าที่คาด “การจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls: จำนวนคนมีงานทำเพิ่ม/ลด โดยไม่นับภาคเกษตร)” ลดลง 92,000 ในเดือนกุมภาพันธ์ เทียบกับเดือนมกราคมที่เพิ่มขึ้น 126,000 (ตัวเลขถูกปรับจาก 130,000) ขณะที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 59,000 อัตราว่างงาน (Unemployment Rate: สัดส่วนคนหางานแต่ยังไม่มีงาน) เพิ่มเป็น 4.4% ในเดือนกุมภาพันธ์ จาก 4.3% ในเดือนมกราคม ข้อมูลที่อ่อนแออาจทำให้ดอลลาร์มีแรงหนุนน้อยลง และกระทบราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่คิดเป็นดอลลาร์ เมื่อราคาเงินถอยลงมาที่ระดับ 82.80 ดอลลาร์ เรามองว่ามีจุดตัดสินใจสำหรับนักเทรด ดอลลาร์ที่แข็งค่า และความกังวลเงินเฟ้อจากปัญหาน้ำมัน ทำให้ราคาเงินเจอแรงต้านมาก สภาพแวดล้อมแบบนี้ทำให้ “ออปชันฝั่งขึ้น (call options: สิทธิซื้อในอนาคตเพื่อเก็งว่าราคาจะขึ้น)” ระยะใกล้มีความเสี่ยง และนักเทรดอาจพิจารณาซื้อ “ออปชันฝั่งลง (put options: สิทธิขายในอนาคตเพื่อเก็งว่าราคาจะลง)” เพื่อป้องกันความเสี่ยงขาลงกลยุทธ์ออปชันและการเทียบความคุ้มค่า
ตลาดกำลังให้โอกาส 95% ว่า Fed จะคงดอกเบี้ยเดือนนี้ ซึ่งหนุนดอลลาร์ให้แข็ง ข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดปลายกุมภาพันธ์ 2026 ระบุว่า “เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภคที่ตัดราคาพลังงานและอาหารที่ผันผวนออก)” ยังสูงที่ 3.2% จึงทำให้ Fed ระวังมากขึ้น สภาพดอกเบี้ยสูงจำกัดโอกาสขึ้นของราคาเงิน เพราะโลหะไม่ให้ “ผลตอบแทนดอกเบี้ย (yield: ดอก/รายได้จากการถือครอง)” อย่างไรก็ดี การลดลง 92,000 ของ Nonfarm Payrolls เดือนกุมภาพันธ์เป็นสัญญาณเตือนเศรษฐกิจที่ชัดเจน เราเคยเห็นรูปแบบคล้ายกันช่วงครึ่งหลังปี 2025 ที่ความอ่อนแอของแรงงานในช่วงแรกท้ายที่สุดทำให้ Fed ผ่อนคลายนโยบายมากขึ้น (dovish: เน้นลดดอกเบี้ย/ผ่อนคลาย) จึงอาจหมายความว่าแม้ระยะสั้นยังถูกกดดัน แต่การซื้อ call options ระยะยาวกว่า (longer-dated: วันหมดอายุนานกว่า) สำหรับปลายไตรมาส 2 ปี 2026 อาจเป็นกลยุทธ์เพื่อคาดหวังเศรษฐกิจชะลอในอนาคต ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical tensions: ความขัดแย้งระหว่างประเทศ) ในช่องแคบฮอร์มุซมีทั้งบวกและลบ คือเพิ่มแรงกดเงินเฟ้อที่ทำร้ายราคาเงิน แต่ก็เพิ่มภาพลักษณ์ “สินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven: สิ่งที่คนมักถือเมื่อเสี่ยงสูง)” ดัชนีความผันผวน VIX (Volatility Index: ตัวชี้วัดความกลัว/ความผันผวนของตลาด) ขยับขึ้นเป็น 18.5 สูงสุดของปี สะท้อนความไม่แน่นอนในตลาด นักเทรดอาจใช้กลยุทธ์ออปชันแบบ “สแตรดเดิล (straddle: ซื้อ call และ put ที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน)” หรือ “สแตรงเกิล (strangle: ซื้อ call และ put แต่คนละราคาใช้สิทธิ)” เพื่อทำกำไรจากการแกว่งแรงของราคา ไม่ว่าราคาจะไปทางไหน เรายังจับตา “อัตราส่วนทองต่อเงิน (gold/silver ratio: ราคาทองหารด้วยราคาเงิน)” ที่ขยายเกิน 90:1 ซึ่งไม่เห็นตั้งแต่ช่วงตลาดปั่นป่วนต้นปี 2025 ในอดีตอัตราส่วนที่สูงมากมักบอกว่าเงิน “ถูก” เมื่อเทียบกับทอง สิ่งนี้อาจเป็นโอกาสทำ “เทรดคู่ (pair trading: เปิดสองฝั่งพร้อมกันเพื่อเล่นส่วนต่าง)” โดย “ซื้อสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเงิน (silver futures: สัญญารับ/ส่งมอบในอนาคต)” และ “ขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทอง (short gold futures: เก็งว่าทองจะลงหรือขึ้นน้อยกว่า)” เพื่อคาดว่าอัตราส่วนจะลดลง สร้างบัญชีจริง VT Markets ของคุณ และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets