การวางสถานะทองคำเริ่มเป็นบวกมากขึ้นเล็กน้อย
การเพิ่มขึ้นเล็กน้อยของ “สถานะถือซื้อสุทธิ” (net long: จำนวนสัญญาฝั่งซื้อหักด้วยฝั่งขาย) ของทองคำเป็น 160.1K สัญญา บ่งชี้ว่านักเก็งกำไรรายใหญ่กำลังเพิ่มเดิมพันว่าราคาจะขึ้น แม้เพิ่มไม่มาก แต่สะท้อนมุมมองเชิงบวกของตลาด และสื่อว่ามองแนวโน้มขาขึ้นยังไปต่อได้ มุมมองนี้สอดคล้องกับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด เพราะดัชนี CPI เดือนกุมภาพันธ์ 2026 (Consumer Price Index: ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อ) ออกมาสูงกว่าคาดที่ 3.2% ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed) ส่งสัญญาณว่าอาจเลื่อนการลดดอกเบี้ย ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอน ซึ่งมักเป็นปัจจัยหนุนทองคำ เราเห็นผู้ค้าบางส่วนใช้ “อนุพันธ์ทองคำ” (gold derivatives: เครื่องมือการเงินที่อ้างอิงราคาทอง เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) เพื่อ “ป้องกันความเสี่ยง” (hedge: ลดความเสียหายหากเงินเฟ้อยังสูง) เราเคยเห็นการสะสมสถานะแบบค่อยเป็นค่อยไปของกลุ่มไม่ใช่เชิงพาณิชย์ในครึ่งหลังของปี 2025 ก่อนที่ทองจะขึ้นทะลุระดับ 2,400 ดอลลาร์อย่างชัดเจน เหตุการณ์ในอดีตนี้ชี้ว่า สถานะปัจจุบันอาจเป็นฐานให้ราคาขึ้นรอบใหม่ ผู้ค้าควรจับตาการ “เบรกเอาต์” (breakout: ราคา突破กรอบ/จุดสูงสำคัญ) เหนือจุดสูงล่าสุดเพื่อยืนยันสัญญาณ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญคือค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็ง โดยดัชนี DXY (ดัชนีค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงิน) ทรงตัวแถว 105 ดอลลาร์ที่แข็งต่อเนื่องมักกดดันทองคำและอาจจำกัดการขึ้นในระยะใกล้ จึงควรเฝ้าดูปัจจัยนี้เมื่อตั้งสถานะฝั่งมองขึ้นกลยุทธ์ออปชันสำหรับโอกาสขึ้นระยะใกล้
ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ผู้ค้าอาจพิจารณาตั้งหรือเพิ่มสถานะมุมมองขาขึ้นด้วย “คอลออปชัน” (call options: สิทธิในการซื้อในราคาที่กำหนด ภายในเวลาที่กำหนด) เพื่อหวังผลจากการขึ้น โดยจำกัดความเสี่ยงไว้ชัดเจน จากการที่ราคาพักตัวช่วงล่าสุด (consolidation: ราคาแกว่งแคบสะสมแรง) การซื้อคอลที่ราคาใกล้ราคาปัจจุบัน (at-the-money calls: ราคาใช้สิทธิใกล้ราคาตลาด) หรือใช้ “บูลคอลสเปรด” (bull call spreads: ซื้อคอลราคาใช้สิทธิต่ำและขายคอลราคาใช้สิทธิสูง เพื่อลดต้นทุนและจำกัดกำไร) อาจเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับวางตำแหน่งรอการเบรกเอาต์ ควรคุมขนาดการเทรดจนกว่าแนวโน้มจะชัดเจน สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets