สัญญาณจากตลาดแรงงาน
จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกทรงตัวที่ 213k ต่ำกว่าที่คาดเล็กน้อย การจ้างงานยังอ่อน แต่ตัวเลขบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานเริ่มนิ่งขึ้น ตลาดจับตารายงานการจ้างงาน โดยคาดว่า “การจ้างงานนอกภาคเกษตร” (nonfarm payrolls: จำนวนงานที่เพิ่ม/ลดในเศรษฐกิจ ยกเว้นภาคเกษตร) จะเพิ่ม 55k และอัตราว่างงานคาดว่าจะอยู่ที่ 4.3% หากตัวเลขการจ้างงานออกมาดีกว่าคาด อาจลดความกังวลเรื่องการเติบโตของสหรัฐ แม้ราคาพลังงานยังสูง แต่ถ้าออกมาแย่กว่าคาด อาจเพิ่มความกังวล เพราะตลาดพลังงานยังไม่แน่นอน และมีแรงกระทบจาก “ความปั่นป่วนที่เกี่ยวกับ AI” (การเปลี่ยนแปลงจากปัญญาประดิษฐ์ที่ทำให้ธุรกิจและงานบางประเภทถูกแทนที่หรือปรับตัวเร็ว) ถ้าการจ้างงานแข็งแกร่งพอ ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve/Fed: หน่วยงานกำหนดนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐ) อาจขยับไปสู่ท่าทีที่ “สมดุลมากขึ้น” คือการตัดสินใจครั้งถัดไปอาจเป็นได้ทั้ง “ลดดอกเบี้ย” หรือ “ขึ้นดอกเบี้ย” ต่างจากก่อนหน้าที่เอนเอียงไปทางการผ่อนคลายนโยบาย และสิ่งนี้อาจหนุนดอลลาร์ผลต่อแนวนโยบายของเฟด
รายงานการจ้างงานที่ดีกว่าคาดทำให้ภาพรวมเปลี่ยนไป สะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแรง เดือนกุมภาพันธ์ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาที่ 185,000 สูงกว่าที่คาดไว้ 55,000 มาก และทำให้อัตราว่างงานลดลงเหลือ 4.2% ข้อมูลนี้ช่วยลดความกังวลเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐชะลอในระยะใกล้ และหนุนดอลลาร์อย่างชัดเจน ตัวเลขนี้ทำให้ต้องทบทวนเส้นทางดอกเบี้ยของเฟด โดยเอนสู่ท่าที “สมดุล” มากขึ้น ตลาดกำลังลดความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยช่วงครึ่งหลังของปี โดย “สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยเฟด” (Fed funds futures: สัญญาที่ใช้สะท้อนมุมมองตลาดต่อดอกเบี้ยนโยบายในอนาคต) บ่งชี้ว่าโอกาสลดดอกเบี้ยก่อนเดือนกรกฎาคมต่ำกว่า 20% สิ่งนี้สื่อว่าเฟดอาจ “ขึ้น” หรือ “ลด” ดอกเบี้ยได้พอ ๆ กัน ซึ่งกลับทิศจากแนวโน้มเดิมที่โน้มไปทางลดดอกเบี้ย สำหรับนักเทรดอนุพันธ์ (derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น หุ้น ดัชนี พันธบัตร ค่าเงิน) แนวทางหนึ่งคือซื้อ “ความผันผวน” (volatility: ระดับการขึ้นลงของราคา) เมื่อความชัดเจนของทิศทางเฟดลดลง “ดัชนี VIX” (ตัวชี้วัดความผันผวนที่ตลาดคาดจากออปชันของ S&P 500) ขยับจาก 14 ไปเกิน 18 และอาจผันผวนต่อในตลาดดอกเบี้ย อาจพิจารณากลยุทธ์ออปชันแบบ “Long straddle” (ซื้อออปชันซื้อและออปชันขายที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อได้ประโยชน์เมื่อราคาขยับแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) หรือ “Long strangle” (ซื้อออปชันซื้อและขายคนละราคาใช้สิทธิ เพื่อหวังกำไรจากการแกว่งแรง) บนดัชนีหุ้นหลักและ ETF พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (ETF: กองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้น) เพื่อรับประโยชน์จากการแกว่งที่กว้างขึ้น อีกแนวทางคือวางแผนรับดอลลาร์ที่แข็งค่าผ่านตลาดออปชัน โดยซื้อ “คอลออปชัน” (call option: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาที่กำหนด) บน “ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY)” (ดัชนีที่วัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) เพื่อรับโอกาสขาขึ้นพร้อมจำกัดความเสี่ยง วิธีนี้น่าสนใจเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่ธนาคารกลางยัง “ผ่อนคลายนโยบายมากกว่า” (dovish: ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ มักโน้มไปทางดอกเบี้ยต่ำ) เช่น ECB (ธนาคารกลางยุโรป) ความแข็งแรงของเศรษฐกิจเกิดขึ้นพร้อมความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้น ดันราคาพลังงานไปสู่ระดับที่ทำให้นโยบายการเงินซับซ้อนขึ้น ขณะนี้น้ำมันดิบเบรนท์ซื้อขายเหนือ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากปัญหาการขนส่งทางเรือใหม่ ทำให้ความเสี่ยง “ช็อกราคาพลังงานที่ดันเงินเฟ้อ” เพิ่มขึ้น และยิ่งทำให้ดอลลาร์น่าสนใจในฐานะทั้งสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยสูงและสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven: สินทรัพย์ที่คนมักถือเมื่อเสี่ยงสูง) สภาพแวดล้อมนี้ต่างจากเรื่องเล่า “เงินเฟ้อลดลงต่อเนื่อง” (disinflation: อัตราเงินเฟ้อชะลอลง ไม่ได้แปลว่าราคาลดลง) ที่เคยเห็นในปี 2025 ความตึงตัวของตลาดแรงงานสหรัฐยังอยู่ (tight labor market: คนหางานน้อย/นายจ้างหาคนยาก ทำให้ค่าจ้างมีแรงกดดันขึ้น) และยืดเยื้อกว่าที่คาด จึงควรปรับแนวทางจากการคาดหวังการ “เฟดเปลี่ยนทิศ” (Fed pivot: เปลี่ยนนโยบายจากเข้มงวดไปผ่อนคลาย หรือกลับกัน) แบบเดิม สร้างบัญชีจริง VT Markets ของคุณ และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets