Monetary Policy Outlook
เขากล่าวว่าจีนไม่ได้ตั้งใจ และไม่จำเป็น ต้องใช้ “อัตราแลกเปลี่ยน” (exchange rate: ราคาของเงินสกุลหนึ่งเมื่อเทียบกับอีกสกุล เช่น หยวนต่อดอลลาร์) เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางการค้า เขาเชื่อมโยงการเพิ่มขึ้นของความกังวลความเสี่ยงทั่วโลก (global risk aversion: ภาวะที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง) กับการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล และกล่าวว่าความผันผวนของค่าเงิน (currency volatility: การขึ้นลงแรงของอัตราแลกเปลี่ยน) กระทบจำกัดต่อมากกว่า 60% ของการค้าต่างประเทศของจีน หลังจากคำกล่าวดังกล่าว เงินหยวนนอกประเทศ (offshore yuan: CNH คือหยวนที่ซื้อขายนอกจีนแผ่นดินใหญ่) อ่อนค่าลงเล็กน้อย โดย USD/CNH (คู่เงินดอลลาร์สหรัฐต่อหยวน CNH) มีแรงซื้อเข้ามาหลังจากทำจุดต่ำสุดระหว่างวัน (intraday low: จุดต่ำสุดภายในวัน) ที่ 6.8965 พานยังกล่าวว่า PBoC จะเพิ่มเครื่องมือนโยบาย (policy toolbox: ชุดมาตรการที่ใช้ได้) เดินหน้าซื้อและขายพันธบัตรรัฐบาล (treasury bond buying and selling: การทำธุรกรรมพันธบัตรเพื่อช่วยกำหนดระดับดอกเบี้ย/สภาพคล่อง) และปรับปรุงการส่งผ่านนโยบายและความโปร่งใส (policy transmission: กลไกที่ทำให้นโยบายส่งผลถึงดอกเบี้ยกู้ยืม เศรษฐกิจจริง) PBoC เป็นหน่วยงานรัฐและไม่ได้เป็นอิสระเต็มที่ โดยเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP Committee Secretary: ผู้กำกับทิศทางในองค์กร) มีอิทธิพลต่อทิศทาง; พานดำรงทั้งสองตำแหน่ง จีนมีธนาคารเอกชน 19 แห่ง รวมถึง WeBank และ MYbank จากถ้อยแถลงล่าสุดของ PBoC เราเห็นสัญญาณว่าธนาคารกลางพร้อมผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม หากข้อมูลเศรษฐกิจออกมาแย่กว่าคาด การเน้นใช้เครื่องมืออย่างการลดดอกเบี้ยและลด RRR ทำให้ควรวางแผนรองรับท่าที “ผ่อนคลาย” (dovish: เน้นลดดอกเบี้ย/เพิ่มสภาพคล่องเพื่อพยุงเศรษฐกิจ) ในช่วงต่อจากนี้ และเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยต่ำ ข้อสรุปทันทีคือ เงินหยวนจีนมีแนวโน้มถูกกดดันให้อ่อนค่า โดยข้อมูลเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ระบุว่าราคาสินค้าหน้าโรงงาน (producer prices: ราคาที่ผู้ผลิตขายออกจากโรงงาน มักดูผ่านดัชนี PPI) ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 ทำให้ PBoC ยังมีพื้นที่ดำเนินนโยบายมากขึ้น และหนุนมุมมองว่าเงินมีโอกาสอ่อนค่า จึงอาจพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จาก USD/CNH ที่สูงขึ้น เช่น ซื้อออปชันคอล (call options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อคู่เงินที่ราคาที่กำหนดภายในเวลาที่กำหนด) ของคู่นี้ก่อนการประกาศข้อมูลสำคัญTrading Implications
สำหรับตราสารอนุพันธ์อัตราดอกเบี้ย (interest rate derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับดอกเบี้ย เช่น สวอป ฟิวเจอร์สพันธบัตร) ข้อความคือให้คาดว่าผลตอบแทน (yields: อัตราผลตอบแทนของพันธบัตร ซึ่งมักเคลื่อนไหวสวนกับราคา) จะลดลง ย้อนดูที่ผ่านมา PBoC ลด RRR สองครั้งในปี 2025 เพื่อพยุงตลาดอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจโดยรวม จึงเป็นตัวอย่างให้เห็นว่ามีโอกาสเดินหน้าผ่อนคลายต่อ ผู้เทรดอาจพิจารณาการถือสถานะในฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาล (government bond futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตร) เพื่อรับประโยชน์หากวัฏจักรผ่อนคลายดำเนินต่อ ท่าทีผ่อนคลายนี้อาจช่วยพยุงหุ้นจีน ทำให้โอกาสปรับลงจำกัดมากขึ้น ความพร้อมของธนาคารกลางในการพยุงเศรษฐกิจอาจลดความผันผวน (volatility: ความแรงของการขึ้นลงราคา) และทำให้การขายพุท “นอกเงิน” (out-of-the-money puts: ออปชันพุทที่ราคาใช้สิทธิแย่กว่าราคาตลาด ณ ตอนขาย จึงได้พรีเมียมแต่มีความเสี่ยงหากตลาดร่วงแรง) บนดัชนีอย่าง FTSE China A50 ดูน่าสนใจ การเน้นขยายอุปสงค์ในประเทศและนวัตกรรมเทคโนโลยีอาจเป็นบวกต่อบางอุตสาหกรรมด้วย แม้ PBoC ย้ำว่าจะไม่ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเพื่อความสามารถแข่งขันทางการค้า แต่การอ่อนค่าแบบค่อยเป็นค่อยไปจากแรงของนโยบายยังมีโอกาสสูง ไม่น่าคาดหวังการลดค่าแบบฉับพลันรุนแรง แต่เป็นการอ่อนค่าแบบคุมทิศทาง (managed: ปล่อยให้ขยับได้แต่มีการดูแลไม่ให้ผันผวนผิดปกติ) ซึ่งหมายความว่าการถือสถานะขาย CNH (short CNH: ได้กำไรเมื่อ CNH อ่อนค่า) ควรบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพราะธนาคารกลางน่าจะเข้ามาจัดการเพื่อไม่ให้การอ่อนค่าไร้ระเบียบ (disorderly decline: การร่วงลงเร็วและควบคุมยาก)
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets