This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

นักเศรษฐศาสตร์ของ DBS ราธิกา ราว วิเคราะห์มุมมองเชิงลบของฟิทช์ต่ออันดับเครดิตระดับ BBB ของอินโดนีเซีย สอดคล้องกับการดำเนินการของมูดี้ส์

by VT Markets
/
Mar 6, 2026
Fitch Ratings ปรับ “แนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือ” (rating outlook: ทิศทางที่คาดว่าอันดับเครดิตอาจดีขึ้นหรือแย่ลงในอนาคต) ของอินโดนีเซียเป็น “เชิงลบ” จาก “ทรงตัว” พร้อมยืนยันอันดับ BBB หลังจาก Moody’s เคยทำคล้ายกันก่อนหน้านี้ Fitch ให้เหตุผลว่า “ความไม่แน่นอนของนโยบาย” เพิ่มขึ้น และ “ความสม่ำเสมอและความน่าเชื่อถือของชุดนโยบาย” (policy mix: การใช้นโยบายการคลังของรัฐร่วมกับนโยบายการเงินของธนาคารกลาง) อ่อนลง ท่ามกลางการรวมศูนย์อำนาจการตัดสินใจด้านนโยบายมากขึ้น Fitch ระบุว่าเป้าหมายการเติบโต 8% ต้องพึ่งแรงหนุนมาก ทั้งการใช้จ่ายสวัสดิการสังคม และการผ่อนคลายนโยบายการคลัง-การเงิน (fiscal-monetary easing: รัฐใช้งบมากขึ้นและ/หรือธนาคารกลางลดความตึงตัว เช่น ลดดอกเบี้ย) พร้อมเตือนว่า หากรายได้รัฐ (revenues: รายรับ เช่น ภาษี) ไม่เพิ่มตาม อาจเสี่ยงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวม (macro stability: ความนิ่งของเงินเฟ้อ ค่าเงิน หนี้ และระบบการเงิน)

กรอบการคลังและความน่าเชื่อถือนโยบาย

Fitch ยังชี้ถึงแผน “ทบทวนกรอบการคลัง” ผ่านการทบทวนกฎหมายการเงินของรัฐ (State Finance Law: กฎหมายกำหนดกติกางบประมาณ หนี้ และวินัยการคลัง) ที่ถูกบรรจุในวาระการออกกฎหมายปี 2026 โดยมองว่าเรื่องนี้อาจทำให้ความน่าเชื่อถือนโยบายลดลง และทำให้ตลาดกังวลเรื่องการหาเงินมารองรับ “การขาดดุลงบประมาณที่สูงขึ้น” (fiscal deficits: รายจ่ายรัฐมากกว่ารายรับ) แนวโน้ม “เชิงลบ” มักหมายถึงมีโอกาสถูกปรับอันดับอีกภายใน 18–24 เดือน การเปลี่ยนแนวโน้มครั้งนี้ รวมถึงความตึงเครียดในตะวันออกกลาง คาดว่าจะลดโอกาสที่ตลาดในประเทศจะเด้งแรงแบบโล่งใจ (relief rally: ราคาสินทรัพย์ดีดขึ้นเพราะความกังวลคลายลง) ทำให้อัตราผลตอบแทน (yields: ผลตอบแทนจากการถือพันธบัตร) ยังอยู่ระดับสูง และกดดันค่าเงินต่อไป ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า มุมมองนี้ชี้ไปที่การถือสถานะที่ได้ประโยชน์เมื่อเงินรูเปียห์อ่อนค่า การถกเถียงเรื่องกฎหมายการเงินของรัฐยังสร้างความไม่แน่นอน ทำให้สัญญา USD/IDR แบบ NDF (non-deliverable forward: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ “ไม่ส่งมอบเงินสกุลจริง” แต่ตัดสินกำไรขาดทุนเป็นเงินสกุลหนึ่ง) หรือออปชันแบบคอล (call option: สิทธิในการซื้อที่ราคาอ้างอิง) เป็นกลยุทธ์ที่เหมาะ ช่วยทำกำไรหากรูเปียห์อ่อนต่อ พร้อมจำกัดความเสี่ยง

การวางสถานะด้านอัตราดอกเบี้ยและความผันผวน

ผู้ซื้อขายควรคาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอินโดนีเซียจะยังสูง หรืออาจสูงขึ้น เมื่อเงินเฟ้อขยับขึ้นใกล้ 3.5% Bank Indonesia จึงไม่น่าจะผ่อนคลายนโยบายการเงินเร็ว ๆ นี้ แนวคิดนี้ทำให้ “สว็อปอัตราดอกเบี้ย” (interest rate swaps: สัญญาแลกเปลี่ยนกระแสดอกเบี้ย) ที่จ่ายอัตราคงที่เพื่อรับอัตราลอยตัว (fixed vs floating: ดอกคงที่เทียบกับดอกที่เปลี่ยนตามตลาด) เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น คำถามเรื่องวินัยการคลังและเป้าหมายเติบโตที่สูง อาจทำให้ “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ระดับความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาสัญญาออปชัน) ในตลาดค่าเงินและอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ภาวะนี้ทำให้สัญญาออปชันมีประโยชน์ในการป้องกันพอร์ตจากการแกว่งแรง นักลงทุนอาจพิจารณาซื้อ “พุต” (put option: สิทธิในการขายที่ราคาอ้างอิง) บนฟิวเจอร์สพันธบัตร (bond futures: สัญญาล่วงหน้าอ้างอิงราคาพันธบัตร) เพื่อกันความเสี่ยงหากผลตอบแทนพุ่งขึ้นเร็ว (ซึ่งมักทำให้ราคาพันธบัตรลดลง)

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code