ตลาดเตรียมรับโหมดเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-Off)
อิสราเอลประกาศภาวะฉุกเฉินและแจ้งประชาชนให้อยู่ใกล้ที่หลบภัย รายงานระบุว่าตลาดโลกอาจเปิดสัปดาห์ด้วยการ “เลี่ยงความเสี่ยง” โดยคาดว่าความต้องการจะเพิ่มขึ้นในทองคำ น้ำมัน และสกุลเงินที่มักปลอดภัยกว่า เช่น ดอลลาร์สหรัฐ (USD), เยนญี่ปุ่น (JPY) และฟรังก์สวิส (CHF) “Risk-on” และ “risk-off” คือคำที่ใช้อธิบายว่าคนในตลาดยอมรับความเสี่ยงมากแค่ไหน โดย risk-on คือกล้ารับความเสี่ยงมากขึ้น (มักซื้อสินทรัพย์เสี่ยง) ส่วน risk-off คือหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (ย้ายไปสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า) ในช่วง risk-on หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่ (สินค้าโภคภัณฑ์คือวัตถุดิบที่ซื้อขายได้ เช่น น้ำมัน โลหะ สินค้าเกษตร) ยกเว้นทองคำ สกุลเงินที่อิงสินค้าหรือเศรษฐกิจสินค้าโภคภัณฑ์ และคริปโท (คริปโทคือสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น บิตคอยน์) มักปรับขึ้น ในช่วง risk-off พันธบัตรรัฐบาลประเทศหลัก (พันธบัตรรัฐบาลคือการกู้เงินของรัฐที่ผู้ซื้อได้รับดอกเบี้ย) ทองคำ และ USD, JPY, CHF มักแข็งค่าขึ้น สกุลเงินที่มักถูกมองว่าเป็นฝั่ง risk-on ได้แก่ ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD), ดอลลาร์แคนาดา (CAD), ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD), รูเบิล (RUB) และแรนด์แอฟริกาใต้ (ZAR) จากข่าวนี้ ต้องเตรียมรับแรงเทขายแบบเลี่ยงความเสี่ยงเมื่อเปิดตลาด ควรคาดว่า ดัชนีความผันผวน CBOE (VIX) ซึ่งเป็นตัวชี้วัด “ความกลัวของตลาด” จากราคาซื้อขายออปชันของ S&P 500 และสัปดาห์ก่อนอยู่แถว 18 อาจพุ่งเกิน 30 ได้ ผู้ที่ถือสถานะ “ได้ประโยชน์เมื่อความผันผวนเพิ่ม” (long volatility) อาจมีโอกาสมาก การซื้อออปชันแบบคอล (call options: สิทธิในการซื้อที่ราคาอ้างอิงภายในเวลาที่กำหนด) ของ VIX หรือสัญญาฟิวเจอร์ส VIX (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ตกลงราคาไว้) น่าจะเป็นวิธีที่ตรงที่สุดในการเทรดความกลัวของตลาดวางแผนรับความผันผวนและสินค้าโภคภัณฑ์
เราคาดว่าหุ้นทั่วโลกอาจถูกขายหนัก ทำให้การถือพุตออปชัน (put options: สิทธิในการขายที่ราคาอ้างอิงภายในเวลาที่กำหนด) บนดัชนี S&P 500 และ NASDAQ 100 น่าสนใจเป็นพิเศษ หากย้อนดูปฏิกิริยาตลาดต่อแรงกระแทกทางภูมิรัฐศาสตร์ช่วงต้นปี 2022 พบว่าดัชนีหลักลดลงมากกว่า 10% ภายในไม่กี่สัปดาห์ และหากสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง รอบนี้อาจลงเร็วกว่าเดิม ความเสี่ยงที่เส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางเดินเรือน้ำมันสำคัญของโลก) จะสะดุด ทำให้ควรคาดว่าน้ำมันดิบจะพุ่งแรง สัญญาฟิวเจอร์สน้ำมันดิบ WTI (WTI: เกรดน้ำมันอ้างอิงของสหรัฐฯ) ที่ปิดวันศุกร์แถว 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อาจทดสอบ 100 ดอลลาร์ได้ในไม่กี่วัน เทียบกับช่วงความตึงเครียดต้นปี 2022 น้ำมันดิบเคยพุ่งเกิน 30% ในเวลาไม่ถึงเดือน ซึ่งเป็นภาพอดีตที่สนับสนุนการซื้อคอลออปชันของ WTI และ Brent (Brent: เกรดน้ำมันอ้างอิงของยุโรป/ตลาดโลก) ทองคำมีโอกาสได้แรงหนุนจากการย้ายไปสินทรัพย์ปลอดภัย ดังนั้นคอลออปชันและการถือฟิวเจอร์สฝั่งซื้อ (long futures: ถือสัญญาฝั่งคาดว่าราคาขึ้น) อาจทำผลงานได้ดี ในปี 2022 เคยเห็นทองคำขึ้นจากราว 1,800 ไปเกิน 2,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นอกจากนี้ USD, ฟรังก์สวิส และเยนยังมีแนวโน้มแข็งค่า ทำให้พุตออปชันบนคู่เงินอย่าง AUD/USD และ EUR/USD เป็นการป้องกันความเสี่ยงที่สมเหตุสมผล (hedge: ทำเพื่อลดความเสียหายเมื่อราคาเคลื่อนไหวสวนทาง) ปัจจัยสำคัญคือ “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ค่าความผันผวนที่ตลาดสะท้อนผ่านราคาออปชัน) ที่อาจพุ่งในทุกสินทรัพย์ ทำให้การซื้อออปชันแพงขึ้น แต่ก็ทำกำไรได้มากหากราคาเคลื่อนไหวแรง ค่า “ประกันความเสี่ยง” จะสูงขึ้น กลยุทธ์ที่สัปดาห์ก่อนยังถูกจะกลายเป็นแพง การขายออปชันแบบไม่คุ้มครอง (uncovered options: ขายออปชันโดยไม่มีสินทรัพย์/สถานะมารองรับ มีความเสี่ยงขาดทุนสูงมาก) มีความเสี่ยงรุนแรง ควรหลีกเลี่ยงจนกว่าสถานการณ์จะนิ่ง สร้างบัญชีจริง VT Markets ของคุณ และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets