นโยบายเฟดยังเป็นจุดสนใจ
เมื่อเทียบรายปี เงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตอยู่ที่ 2.9% สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: เฟด คือธนาคารกลางของสหรัฐ) ซึ่งทำให้ตลาดมองว่าเฟดอาจต้องคงนโยบายการเงินแบบเข้มงวด (tighter policy คือคงดอกเบี้ยสูงหรือเข้มงวดทางการเงิน) นานขึ้น CME FedWatch (เครื่องมือที่ใช้ดูความคาดหวังของตลาดต่อการตัดสินใจดอกเบี้ยของเฟด จากราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) แสดงว่านักเทรดคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะไม่เปลี่ยนในการประชุมเดือนมีนาคมและเมษายน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคาดว่ามีโอกาสลดดอกเบี้ยในช่วงปลายปี Austan Goolsbee ประธานเฟดสาขาชิคาโกกล่าวว่า เขาจะสนับสนุนการลดดอกเบี้ยหลายครั้ง หากเงินเฟ้อกลับสู่ 2% และอยู่ในระดับนั้น เขายังระบุว่าไม่ควรเปลี่ยนนโยบาย หากไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเงินเฟ้อกำลังกลับเข้าใกล้เป้าหมาย ดอลลาร์นิวซีแลนด์ทรงตัวแข็งค่า โดยตลาดมองว่าธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (Reserve Bank of New Zealand: RBNZ) ไม่น่าจะขึ้นดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ RBNZ ระบุว่าเศรษฐกิจยังเติบโตได้โดยไม่กดดันเงินเฟ้อเพิ่ม ซึ่งช่วยพยุง NZD/USDกลยุทธ์ออปชันสำหรับความผันผวนที่เพิ่มขึ้น
ความไม่แน่นอนก่อนการประชุมเฟดเดือนมีนาคมบ่งชี้ว่า “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility คือระดับความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) ในคู่เงินที่เกี่ยวกับดอลลาร์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำในปัจจุบัน ความคาดหวังของตลาดที่เคยคิดว่าจะลดดอกเบี้ยได้อย่างน้อยอีก 1 ครั้งภายในเดือนกรกฎาคม กำลังถูกปรับใหม่ ผู้เทรดอนุพันธ์ (derivatives คือเครื่องมือการเงินที่มูลค่าอ้างอิงจากสินทรัพย์ เช่น ออปชัน) อาจพิจารณาซื้อออปชันอายุสั้น เพื่อรับโอกาสจากการแกว่งราคาที่มากกว่าคาดหลังแถลงการณ์ของเฟด ในทางกลับกัน เศรษฐกิจนิวซีแลนด์ยังดูนิ่งกว่า โดยเงินเฟ้อไตรมาส 4 ปี 2025 อยู่ที่ 2.5% ซึ่งจัดว่าอยู่ในระดับที่รับได้ ทำให้ตลาดคาดว่า RBNZ จะ “คงดอกเบี้ย” (remain on hold คือไม่ขึ้นหรือลดดอกเบี้ย) และช่วยพยุงค่าเงินกีวี (Kiwi dollar คือเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์) ความแตกต่างของนโยบาย (policy divergence คือทิศทางนโยบายการเงินของสองประเทศที่สวนทางกัน) ช่วยหนุนโอกาสขาขึ้นของคู่นี้ เมื่อมองตามฉากหลังนี้ การซื้อคอลออปชัน (call option คือสิทธิในการ “ซื้อ” คู่เงินที่ราคาใช้สิทธิที่กำหนด) ของ NZD/USD ที่ราคาใช้สิทธิ (strike price คือราคาที่กำหนดในสัญญาออปชัน) ใกล้ 0.6400 และหมดอายุเดือนเมษายน เป็นวิธีจำกัดความเสี่ยง (defined-risk คือขาดทุนสูงสุดจำกัดเท่าค่าเบี้ยออปชัน) เพื่อหวังผลหากเฟดส่งสัญญาณผ่อนคลายมากกว่าคาด (dovish คือเอนเอียงไปทางลดดอกเบี้ย/ผ่อนคลาย) สำหรับผู้ที่มองว่าเฟดอาจเข้มงวดมากขึ้นเพราะเงินเฟ้อ การซื้อพุตออปชัน (put option คือสิทธิในการ “ขาย”) ที่ราคาใช้สิทธิ 0.6250 อาจช่วยคุ้มกันการปรับลงแรงได้ กลยุทธ์สแตรดเดิล (straddle คือซื้อทั้งคอลและพุตที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังจากการแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) เป็นวิธีตรงไปตรงมาในการเทรด “ความผันผวน” ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets