Supply And Production Outlook
ยังมีรายงาน “สะดุดของอุปทาน” (ส่งมอบ/ผลิตได้ไม่ต่อเนื่อง) รวมถึงล่าสุดในคาซัคสถาน มีการพูดถึงการเพิ่มการผลิตแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่รัสเซียผลิตต่ำกว่าที่ตกลงกันไว้ การเพิ่มกำลังการผลิตเล็กน้อยถูกมองว่าไม่น่าทำให้ราคาน้ำมันลดลง ความสนใจอยู่ที่ความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่านและโอกาสที่อุปทานจะสะดุดเพิ่ม การเจรจาเมื่อวานนี้ยังไม่คืบหน้า ผู้ทำหน้าที่ “คนกลาง” (ผู้ช่วยประสานให้คู่ขัดแย้งคุยกัน) คือโอมาน และอิหร่านกล่าวถึงการเจรจาในทางบวก จะมีการเจรจาอีกครั้งสัปดาห์หน้า ความเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะ “โจมตีทางทหาร” ถูกระบุว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงราคาน้ำมันในระยะใกล้Market Pricing And Volatility
ใกล้ถึงเวลาตัดสินใจของ OPEC+ เราไม่คาดว่าการเพิ่มโควตาเล็กน้อยจะกดดันราคา การเพิ่มอีก 137,000 บาร์เรลต่อวันถือว่าน้อย โดยเฉพาะเมื่อรัสเซียผลิตต่ำกว่าเป้าอยู่แล้ว และความต้องการทั่วโลกยังแข็งแรง ซึ่งบอกว่า “ภาพรวมอุปทานพื้นฐาน” (สมดุลผลิต-ใช้จริงของตลาด) จะยังตึงตัวในระยะใกล้ ตัวขับเคลื่อนหลักของตลาดคือความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ความเสี่ยงนี้ช่วยให้ “สัญญาซื้อล่วงหน้า” (ข้อตกลงซื้อขายในอนาคตตามราคาที่ตกลงกัน) ของน้ำมันดิบเบรนท์แข็งแรง โดยซื้อขายแถว 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ ปลายกุมภาพันธ์ หากมีปฏิบัติการทางทหาร ราคามีโอกาสพุ่งเร็วและแรง และตลาดกำลังสะท้อนความเป็นไปได้นี้ในราคา ความไม่แน่นอนต่อเนื่องทำให้ “ความผันผวน” (ราคาแกว่งแรง) ของตลาดน้ำมันสูงขึ้น โดยดัชนี OVX (ดัชนีที่วัดความผันผวนที่ตลาดคาดจาก “ออปชัน” น้ำมัน) อยู่สูงใกล้ 38 สำหรับนักเทรด การถือ “สถานะที่ได้ประโยชน์เมื่อผันผวนสูง” (ลงทุนให้กำไรเมื่อราคาแกว่งแรง) เช่น ซื้อ “คอลออปชัน” ระยะใกล้ (สิทธิในการซื้อในราคาเดิมภายในเวลาที่กำหนด) เป็นวิธีหนึ่งเพื่อเกาะโอกาสราคาพุ่ง โดยจำกัดความเสี่ยงขาลง อีกทางคือขาย “พุท” หรือ “สเปรดพุท” (ชุดพุทสองระดับราคาเพื่อจำกัดความเสี่ยง) สำหรับผู้ที่มั่นใจว่าความตึงเครียดนี้ทำให้ราคามี “แนวรับ” (ระดับราคาที่คาดว่าจะไม่หลุดลงง่าย) สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets