การเจรจากับอิหร่านช่วยลดแรงขึ้นของทอง
ความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านที่ผ่อนคลายลงอาจจำกัดการปรับขึ้นของราคาทองคำ รัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน บัดร์ อัลบูไซดี กล่าวว่า สหรัฐและอิหร่านจะเดินหน้าเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ในสัปดาห์หน้า หลังมีความคืบหน้าในการพบกันที่สวิตเซอร์แลนด์ โดยการเจรจาในระดับเทคนิค (การคุยรายละเอียดเชิงปฏิบัติและตัวเลข โดยผู้เชี่ยวชาญ) จะกลับมาเริ่มอีกครั้งที่เวียนนา นักเศรษฐศาสตร์คาดว่า PPI ของสหรัฐจะเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือนในเดือนมกราคม ลดลงจาก 0.5% ในเดือนธันวาคม ส่วน PPI รายปีคาดที่ 2.6% ในเดือนมกราคม เทียบกับ 3.0% ก่อนหน้า หาก PPI ออกมาสูงกว่าคาด อาจทำให้ตลาดเชื่อว่าดอกเบี้ยสหรัฐจะยังไม่ลดลง ซึ่งมักเป็นแรงกดดันต่อทองคำที่ไม่มีดอกผล (สินทรัพย์ที่ไม่จ่ายดอกเบี้ยหรือปันผล) ตามข้อมูลของสภาทองคำโลก (World Gold Council) ธนาคารกลางต่าง ๆ เพิ่มทองคำเข้าทุนสำรอง 1,136 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022ความผันผวนของดอกเบี้ยและระดับการซื้อขาย
ข้อมูลราคาที่ “ร้อนแรงกว่าคาด” ตลอดปี 2025 ทำให้การผ่อนคลายนโยบายการเงิน (การลดความเข้มงวด เช่น ลดดอกเบี้ย) แทบไม่เกิดขึ้น ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังคงท่าทีเข้มงวด โดยอัตราดอกเบี้ยเฟดที่ใช้งานจริง (effective federal funds rate: ดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ธนาคารกู้ยืมกันข้ามคืน) ยืนเหนือ 5.5% สภาพดอกเบี้ยสูงนี้ยังเป็นแรงต้านต่อสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยอย่างทอง ทำให้โอกาสพุ่งแรงมีจำกัด แม้การเจรจานิวเคลียร์สหรัฐ-อิหร่านจะนำไปสู่ข้อตกลงแบบจำกัดในช่วงกลางปี 2025 แต่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (ความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ) ด้านอื่น ๆ ก็เด่นขึ้นมา ความไม่แน่นอนทั่วโลกที่ต่อเนื่องช่วยพยุง “แรงซื้อเพื่อความปลอดภัย” (safe-haven demand: การซื้อสินทรัพย์ที่มองว่าปลอดภัยเมื่อเสี่ยงสูง) ของทอง จึงอธิบายได้ว่าทองยังไม่หลุดลงแรงแม้ดอกเบี้ยสูง ภาพรวมทำให้ทองแกว่งในกรอบ ระหว่างจุดสูงของปี 2025 กับแนวรับทางเทคนิคที่แข็งแรง (technical support: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อช่วยพยุงจากพฤติกรรมราคาในอดีต) ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า การเน้นทำกำไรจากความผันผวนในการซื้อขายอาจเหมาะกว่าแทนการเดาทิศทางชัดเจน การใช้สัญญาออปชัน (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อหรือขายที่ราคาและเวลาที่กำหนด) เพื่อทำ “สแตรงเกิล” (strangle: กลยุทธ์ซื้อออปชันทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายที่ราคาใช้สิทธิคนละระดับ เพื่อหวังได้กำไรเมื่อราคาเหวี่ยงแรง) รอบเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญ เช่น การประชุมเฟดในเดือนมีนาคม อาจเก็บโอกาสจากการแกว่งแรงได้ทั้งขึ้นและลง ความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ความผันผวนที่สะท้อนจากราคาออปชัน ซึ่งบอกว่าตลาดคาดว่าจะเหวี่ยงแค่ไหน) ในฟิวเจอร์สทอง (gold futures: สัญญาซื้อขายทองล่วงหน้า) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ชี้ว่าตลาดกำลังให้น้ำหนักว่าใกล้จะมีการเคลื่อนไหวใหญ่ เราจับตาระดับสำคัญเพื่อวางแผนซื้อขาย “ตราสารอนุพันธ์” (derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าผูกกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ทอง) โดยออปชันซื้อ (call options: สิทธิซื้อ) น่าสนใจหากราคายืนเหนือแนวต้าน 5,300 ดอลลาร์ได้อย่างต่อเนื่อง (resistance: ระดับที่มักมีแรงขาย) ในทางกลับกัน การซื้อออปชันขาย (put options: สิทธิขาย) เป็นการป้องกันความเสี่ยงต้นทุนไม่สูงสำหรับพอร์ต (hedge: ลดความเสี่ยง) หากแรงกดดันจากดอกเบี้ยสูงทำให้ราคาหลุดระดับ 5,000 ดอลลาร์ซึ่งเป็นแนวรับเชิงจิตวิทยา (psychological support: ระดับกลม ๆ ที่คนให้ความสำคัญ) สัดส่วน “โอเพ่นอินเทอเรสต์” (open interest: จำนวนสัญญาที่ยังเปิดค้างในตลาด) ระหว่างคอลและพุตบอกว่าตลาดยังเห็นต่างกันมากเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวใหญ่ครั้งต่อไปของทอง สร้างบัญชี VT Markets แบบไลฟ์ และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets