ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์หนุนราคา
ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risks = ความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ/สงคราม/การคว่ำบาตร) ก็หนุนราคา ทรัมป์ขู่ว่าอาจใช้กำลังทหารกับอิหร่านหากการเจรจาล้มเหลว ขณะที่อิหร่านระบุว่าฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลางอาจเป็นเป้าหมาย ทำให้ทหารสหรัฐจำนวนมากเสี่ยงอันตราย โดยการเจรจานิวเคลียร์สหรัฐ-อิหร่านมีกำหนดวันพฤหัสบดีที่เจนีวา การขึ้นของราคาเงินอาจถูกจำกัด เพราะความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed = ธนาคารกลางของสหรัฐ) จะลดดอกเบี้ยเร็วๆ นี้เริ่มอ่อนลง ออสแทน กูลส์บี ระบุว่าความคืบหน้าเรื่องเงินเฟ้อหยุดชะงัก และเงินเฟ้อ 3% ยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ส่วนซูซาน คอลลินส์กล่าวว่าการคงดอกเบี้ยไว้ระดับเดิมอีกระยะดูเหมาะสม ผู้อำนวยการ IMF (IMF = กองทุนการเงินระหว่างประเทศ) คริสตาลินา จอร์เจียวา กล่าวว่า ภาษีนำเข้ามีส่วนทำให้เงินเฟ้อสินค้าของสหรัฐเพิ่มขึ้นบางส่วน เธอกล่าวว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายแบบ federal funds rate (federal funds rate = ดอกเบี้ยอ้างอิงหลักของสหรัฐที่มีผลต่อดอกเบี้ยในระบบ) ที่ 3.25%–3.5% สอดคล้องกับการกลับสู่การจ้างงานเต็มที่ และการลดหนี้สาธารณะต้องใช้นโยบายการคลัง (fiscal action = มาตรการงบประมาณ/ภาษีของรัฐ) ที่ทำจริงจัง ด้วยราคาเงินแตะใกล้ 90.00 ดอลลาร์ ความไม่แน่นอนจากนโยบายสหรัฐและความตึงเครียดตะวันออกกลางยังสูง สถานการณ์นี้ชี้ว่าราคาอาจแกว่งแรงในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ผู้เทรดอนุพันธ์ (derivative traders = ผู้ซื้อขายสัญญาที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) ควรเตรียมรับความผันผวน (volatility = การขึ้นลงแรงของราคา) มากกว่าทายทางเดียวการวางกลยุทธ์รับความผันผวน
การเจรจาที่เจนีวากับอิหร่านเป็นตัวเร่งสำคัญ (catalyst = เหตุการณ์ที่ทำให้ราคาเคลื่อนไหวแรง) ต่อโอกาสที่ราคาจะขึ้น หากการเจรจาล้มเหลว ราคาเงินอาจถูกดันไปใกล้ 100 ดอลลาร์ได้ เพราะความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เราสามารถวางแผนด้วยการพิจารณา call options (คอลออปชัน = สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด) เพื่อรับโอกาสขาขึ้นโดยจำกัดความเสี่ยงหากมีข้อตกลงทางการทูต แต่ต้องไม่มองข้ามท่าทีเข้มงวดของเฟดต่อเงินเฟ้อที่ยังใกล้ 3% ในปี 2024 เงินเฟ้อดื้อ (sticky inflation = เงินเฟ้อลดช้า/ติดอยู่ระดับสูง) มักอยู่เหนือ 3.1% และทำให้การลดดอกเบี้ยล่าช้า หากเศรษฐกิจยังแข็งแรง ก็อาจตอกย้ำแนวคิด “สูงนาน” (higher for longer = ดอกเบี้ยอยู่สูงนานกว่าที่คาด) ทำให้ put options (พุตออปชัน = สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด) เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (hedge = ลดความเสียหายหากราคาวิ่งสวนทาง) หากราคาแกว่งลงแรงจากระดับสูงนี้ เมื่อมีแรงหนุนคนละทาง กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง เช่น long straddle (ลองสแตรดเดิล = ซื้อคอลและพุตที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังได้กำไรจากการแกว่งแรง) อาจเหมาะสม กลยุทธ์นี้ได้ประโยชน์หากราคาพุ่งจากความขัดแย้ง หรือร่วงแรงหากตลาดให้น้ำหนักกับท่าที “สายเหยี่ยว” ของเฟด (hawkish = เน้นคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) ระดับราคาปัจจุบันห่างจากช่วง 25–30 ดอลลาร์ที่เห็นบ่อยในปี 2024 และ 2025 มาก จึงมีโอกาสน้อยที่ราคาจะกลับมานิ่งในระยะสั้น นอกจากนี้ เงินยังทำผลงานดีกว่าสินทรัพย์ใกล้เคียง อัตราส่วนทองต่อเงิน (gold-to-silver ratio = จำนวนออนซ์เงินต่อ 1 ออนซ์ทอง) ลดลงมากจากระดับราว 85:1 ในปี 2024 สะท้อนว่าเวลานี้เงินถูกเลือกเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากกว่า ผู้เทรดควรติดตามอัตราส่วนนี้ เพราะหากกลับทิศอาจเป็นสัญญาณว่าแรงส่งกำลังย้ายออกจากเงิน Create your live VT Markets account and start trading now.
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets