ความต่างนโยบายขับเคลื่อนเงินกีวี
ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็น 3.85% เมื่อต้นกุมภาพันธ์ ทำให้ “ช่องว่างนโยบาย” (policy gap: ความต่างระดับดอกเบี้ย/ทิศทางนโยบายระหว่างประเทศ) กว้างขึ้น ฝั่งสหรัฐฯ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มเป็น 91.2 ในเดือนกุมภาพันธ์ แต่ดัชนีความคาดหวัง (expectations index: มุมมองต่อเศรษฐกิจในอนาคต) ต่ำกว่า 80 ต่อเนื่อง 13 เดือน การประกาศภาษีนำเข้าทั่วโลก 15% โดยโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่มแรงกดดันแบบ “ปิดรับความเสี่ยง” (risk-off: นักลงทุนลดสินทรัพย์เสี่ยงและหันไปสินทรัพย์ปลอดภัย) ด้านเทคนิค Stochastic Oscillator (ตัวชี้วัดโมเมนตัม: ใช้ดูแรงซื้อแรงขายและภาวะซื้อมาก/ขายมาก) กลับเป็นลบและมุ่งสู่เขตขายมาก (oversold: ราคาถูกขายลงแรงจนมีโอกาสเด้ง) หากหลุด 0.5940 จะชี้ไปที่ EMA 50 วัน (50-day EMA: เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบให้ค่าน้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า ใช้เป็นแนวรับ/แนวต้าน) แต่หากกลับขึ้นเหนือ 0.6000 อาจเปิดทางกลับไปหา 0.6090Risk Off หนุนดอลลาร์
อีกด้านหนึ่ง ข้อเสนอภาษีนำเข้า 15% ทั่วโลกของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้บรรยากาศ risk-off ซึ่งมักหนุนดอลลาร์สหรัฐในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe haven: สินทรัพย์ที่คนมักถือเมื่อไม่อยากรับความเสี่ยง) แม้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังอ่อน แต่สัญญาซื้อขายล่วงหน้า Fed funds (Fed funds futures: สัญญาที่สะท้อนการคาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบายของเฟด) ยังบ่งชี้โอกาสขึ้นดอกเบี้ยได้อีกครั้งภายในมิถุนายน ทำให้แนวทางนโยบายยังเอนมาทางดอลลาร์เมื่อเทียบกับเงินกีวี Create your live VT Markets account and start trading now.
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets