Technical Levels And Near Term Bias
ในมุมมองทางเทคนิค (การดูกราฟราคาเพื่อประเมินแนวโน้ม) การกลับขึ้นมายืนเหนือโซน 5,050–5,150 ทำให้มุมมองระยะสั้นเอนเอียงไปทางขึ้นต่อ แรงกดฝั่งลงรายวันลดลง และ RSI (ดัชนีวัดความแรงของแรงซื้อขาย) สูงขึ้น โดยมีแนวต้านใกล้ 5,230/50 และหากผ่านได้มีโอกาสกลับไปทดสอบ 5,350 ด้านล่าง แนวรับอยู่ที่ 5,120 ก่อน จากนั้น 5,024 (21 DMA: ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 21 วัน ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 21 วัน) และ 4,850 การเข้าสู่โหมดรับความเสี่ยงน้อยลง (risk-off: นักลงทุนลดการถือสินทรัพย์เสี่ยง) ที่เชื่อมกับความกังวลเรื่อง AI (ปัญญาประดิษฐ์), ภาษีนำเข้า และภูมิรัฐศาสตร์ ดันให้ทองขึ้น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลง ตลาดจับตาผลประกอบการชิป การเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน และสัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ผู้ที่เดิมพันว่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่า (USD shorts: การเปิดสถานะขายดอลลาร์) อาจถูกบีบให้ปิดสถานะหากความตึงเครียดเพิ่มขึ้นTrade Tariffs And Haven Demand
ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยกลับมาอีกครั้งจากการค้าแยกเป็นกลุ่มระหว่างสหรัฐฯ-จีน โดยเฉพาะหลังมีภาษีนำเข้าใหม่ 15% กับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางประเภทเมื่อเดือนก่อน ภาพนี้คล้ายกับช่วงที่เคยมีการพูดถึงภาษีนำเข้าในปี 2025 ซึ่งท้ายที่สุดผลักดันราคาขึ้นแรง ข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดที่ดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index: ดัชนีราคาสินค้าหน้าโรงงาน) เพิ่ม 0.4% ชี้ว่าต้นทุนเหล่านี้เริ่มไหลเข้าไปในห่วงโซ่อุปทานแล้ว แทนที่จะโฟกัสความเสี่ยงสหรัฐฯ–อิหร่านแบบปีก่อน ตอนนี้ตลาดมองไปที่ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์นี้ช่วยพยุงราคาทองในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความขัดแย้ง เราเห็น “โอเพนอินเทอเรสต์” (open interest: จำนวนสัญญาที่ค้างอยู่ยังไม่ปิด) ในออปชันซื้อทอง (call options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อในราคาที่กำหนด) เพิ่มขึ้น 8% ในสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามข้อมูล CME Group (ตลาดซื้อขายสัญญารายใหญ่) สื่อว่าผู้เล่นกำลังวางตำแหน่งเผื่อการเบรกขึ้น เชิงเทคนิค แรงขาขึ้นกำลังก่อตัวใหม่หลังราคากลับมายืนเหนือระดับสำคัญ $2,420 สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) ภาพนี้ชี้ว่าการซื้อออปชันซื้อ หรือทำกลยุทธ์ bull call spread (ซื้อ call หนึ่งสัญญาและขาย call อีกสัญญาที่ราคาเป้าสูงกว่า เพื่อลดต้นทุน) เพื่อหวังทดสอบจุดสูงล่าสุดใกล้ $2,480 อาจเหมาะสม การใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 21 วันซึ่งอยู่ใกล้ $2,405 เป็นแนวทางตั้งจุดตัดขาดทุน (stop-loss: จุดออกเมื่อผิดทางเพื่อลดความเสียหาย) สำหรับสถานะฟิวเจอร์ส (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) เป็นวิธีควบคุมความเสี่ยงที่รอบคอบ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดการลดรับความเสี่ยงแบบชัดเจน หนุนทองขึ้น ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลลดลง ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (US 10-year yield: อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี) ลดลงแล้ว 20 เบสิกพอยต์ (basis points: 0.01% ต่อ 1 จุด) ในเดือนนี้ ทำให้ทองซึ่งไม่มีดอกผล (non-yielding: ไม่ให้ดอกเบี้ย/ผลตอบแทนเป็นดอก) ดูน่าสนใจกว่า เมื่อเป็นสภาพแวดล้อมแบบนี้ การถือสถานะซื้อในฟิวเจอร์สทองเป็นทางเลือกได้ โดยเฉพาะหากข้อมูลเศรษฐกิจที่จะประกาศออกมาชี้ว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอ สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets