This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

HSBC Asset Management ระบุว่าหุ้นทั่วโลกทรงตัวโดยรวม ขณะที่นักลงทุนสลับจากหุ้นเทคโนโลยีที่มีราคาสูงไปยังหุ้นวัฏจักรในกลุ่มอุตสาหกรรมและวัสดุ

by VT Markets
/
Feb 23, 2026
ตลาดหุ้นทั่วโลกโดยรวมค่อนข้างนิ่งในสัปดาห์ที่วันซื้อขายน้อยเพราะมีวันหยุด ในยุโรป ดัชนี Euro Stoxx 50 และดัชนี FTSE 100 ของสหราชอาณาจักรทำสถิติสูงสุดใหม่ ส่วนดัชนี S&P 500 มีแนวโน้มปิดสัปดาห์บวกเล็กน้อย HSBC Asset Management รายงานว่ายังคงมี “การสลับกลุ่มอุตสาหกรรม” (sector rotation: เงินย้ายจากหุ้นกลุ่มหนึ่งไปอีกกลุ่มหนึ่ง) โดยเงินไหลออกจากหุ้นเทคโนโลยีที่ “ราคาแพง” (มูลค่าหุ้นสูงเมื่อเทียบกับกำไร) ไปยังกลุ่มที่ขึ้นลงตามเศรษฐกิจ (cyclical: กลุ่มที่มักดีเมื่อเศรษฐกิจขยายตัว) เช่น อุตสาหกรรม (Industrials) และวัสดุ/วัตถุดิบ (Materials) รายงานชี้ว่าสัญญาณแต่ละกลุ่มปนกัน ทำให้เหมือนตลาดแต่ละส่วนกำลังอยู่คนละช่วงของวัฏจักรเศรษฐกิจ ตั้งแต่ต้นปี 2026 กลุ่มพลังงาน (Energy) ขึ้น 19% และกลุ่มวัสดุ/วัตถุดิบ (Materials) ขึ้น 16% โดยกลุ่มอุตสาหกรรม (Industrials) ก็ทำผลงานดีเช่นกัน กลุ่ม “เชิงรับ” (defensive: กลุ่มที่รายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ แม้เศรษฐกิจชะลอ) ก็ปรับขึ้นด้วย โดยสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น (Consumer Staples) ขึ้น 11% และสาธารณูปโภค (Utilities) ขึ้น 9% หุ้นขนาดเล็ก (small-cap: บริษัทมูลค่าตลาดเล็ก) ขึ้น 9% ในปี 2026 จนถึงตอนนี้ บทความชี้ว่า ความแข็งแรงของกลุ่มตามเศรษฐกิจ การขึ้นของกลุ่มเชิงรับ และหุ้นเล็กที่ขึ้น เกิดพร้อมกัน ในภาพรวมตลาดนิ่ง แต่สิ่งสำคัญคือการย้ายเงินระหว่างกลุ่ม เราเห็นทั้งกลุ่มตามเศรษฐกิจอย่างพลังงาน และกลุ่มเชิงรับอย่างสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นแข็งแรงพร้อมกัน สะท้อนว่าตลาดยังไม่มั่นใจทิศทางวัฏจักรเศรษฐกิจข้างหน้า ตัวเลข CPI ล่าสุด (ดัชนีราคาผู้บริโภค: วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการของผู้บริโภค) อยู่ที่ 3.2% สูงกว่าคาดเล็กน้อย ยืนยันว่าเงินเฟ้อยัง “ลดลงยาก” (stickiness: อยู่ระดับสูงนานกว่าที่คาด) เหมือนปลายปี 2025 จึงหนุนการลงทุนในวัสดุ/วัตถุดิบ ซึ่งมักช่วย “กันเงินเฟ้อ” (inflation hedge: สินทรัพย์ที่มักรักษามูลค่าได้เมื่อราคาสินค้าขึ้น) อย่างไรก็ตาม แม้รายงานการจ้างงานเดือนมกราคมแข็งแรงที่ 210,000 ตำแหน่ง แต่ดัชนี PMI ภาคการผลิต (ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ: วัดแนวโน้มกิจกรรมภาคผลิต) ลดลงมาที่ 49.8 ต่ำกว่า 50 เล็กน้อย (ต่ำกว่า 50 มักตีความว่าเริ่มหดตัว ขณะที่ 50 ขึ้นไปมักหมายถึงขยายตัว) จึงอธิบายได้ว่าทำไมยังมีการถือกลุ่มเชิงรับ ในสภาพแวดล้อมนี้ กลยุทธ์ “เทรดเป็นคู่” (pairs trade: ซื้อสินทรัพย์หนึ่งและขายอีกสินทรัพย์หนึ่งเพื่อเก็งผลต่าง) น่าจะเหมาะในช่วงสัปดาห์ถัดไป เราอาจพิจารณา “ซื้อฝั่งขึ้น” ในสัญญาฟิวเจอร์ส (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กำหนดราคาและวันส่งมอบ) หรือออปชันคอล (call options: สิทธิในการซื้อที่ราคากำหนดภายในเวลาที่กำหนด) ของ ETF กลุ่มอุตสาหกรรมหรือวัสดุ/วัตถุดิบ พร้อมกันนั้น “ขายฝั่งลง” (shorting: ขายก่อนแล้วค่อยซื้อคืน) หรือซื้อออปชันพุท (put options: สิทธิในการขายที่ราคากำหนดภายในเวลาที่กำหนด) ในกลุ่มเทคโนโลยีที่มูลค่าสูง เพื่อคุมความเสี่ยงและเก็บโอกาสจากการสลับกลุ่ม ดัชนี VIX (ตัวชี้วัดความผันผวนที่คาดหมายของ S&P 500) ยังอยู่ระดับต่ำราว 14 แต่สิ่งนี้อาจปิดบังความผันผวนที่เกิดภายในแต่ละกลุ่ม จึงอาจไม่คุ้มที่จะซื้อการป้องกันแบบทั้งตลาด (broad market protection: การป้องกันความเสี่ยงต่อทั้งดัชนี) แต่ควรเน้นออปชันที่จับการแกว่งของ “รายกลุ่ม” (sector: กลุ่มอุตสาหกรรมในตลาดหุ้น) จะมีประสิทธิภาพกว่า

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code