ภาพรวมราคาทองคำในยูเออี
FXStreet คำนวณราคาทองคำในประเทศโดยแปลงจากราคาทองคำโลก ด้วยอัตราแลกเปลี่ยน USD/AED และหน่วยวัดท้องถิ่น ตัวเลขอัปเดตทุกวันในเวลาที่เผยแพร่ ใช้เพื่ออ้างอิง เพราะราคาจริงในท้องถิ่นอาจต่างกันเล็กน้อย ธนาคารกลางเป็นผู้ถือทองคำรายใหญ่ที่สุด ตามข้อมูลของสภาทองคำโลก (World Gold Council) ระบุว่าในปี 2022 ธนาคารกลางซื้อทองคำเพิ่ม 1,136 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเพิ่ม “ทุนสำรอง” (เงินและสินทรัพย์ที่ประเทศเก็บไว้เพื่อความมั่นคงทางการเงิน) ราคาทองคำได้รับผลจากเงินดอลลาร์สหรัฐ (สกุลเงินของสหรัฐ), พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ), อัตราดอกเบี้ย, ความต้องการรับความเสี่ยงของตลาด, ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ (ความตึงเครียดระหว่างประเทศ), และความกังวลเศรษฐกิจถดถอย ทองคำตั้งราคาเป็นดอลลาร์ (XAU/USD: ราคาทองคำเทียบดอลลาร์) ดังนั้นเมื่อดอลลาร์อ่อนค่า ราคาทองคำมักมีแรงหนุนให้สูงขึ้น เราเห็นราคาทองคำขยับขึ้นเล็กน้อยแต่ชัดเจน โดยขณะนี้สูงกว่า 609 AED ต่อกรัม การเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับการอ่อนลงของดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: ตัวชี้วัดความแข็งแกร่งของดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินสกุลหลัก) ซึ่งลดลงต่ำกว่า 101.5 เมื่อสัปดาห์ก่อนเป็นครั้งแรกของปี ความสัมพันธ์แบบสวนทางนี้บอกว่าเทรดเดอร์ควรจับตาตลาดเงินอย่างใกล้ชิด เพื่อดูสัญญาณว่าดอลลาร์จะอ่อนต่อเนื่องหรือไม่มุมมองตลาดและไอเดียการเทรด
ตลาดจับตาการตัดสินใจครั้งต่อไปของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed) โดยตลาดสัญญาล่วงหน้า (futures markets: ตลาดซื้อขายสัญญาที่กำหนดราคา/ส่งมอบในอนาคต) ประเมินโอกาส 65% ที่จะลดดอกเบี้ยภายในไตรมาส 3 ปี 2026 ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ย (yield-less asset: ถือแล้วไม่ได้ดอกผลเป็นดอกเบี้ย) ดังนั้นเมื่อดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง ทองคำมักน่าสนใจขึ้น เราเห็นแล้วว่าสภาพดอกเบี้ยทรงตัวตลอดปี 2025 จำกัดโอกาสขึ้นของทองคำ ดังนั้นการเปลี่ยนนโยบายจึงสำคัญ ด้วยฉากหลังนี้ “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ตัวเลขที่สะท้อนความคาดหวังของตลาดว่าราคาจะผันผวนมากแค่ไหน) ใน “ออปชันทองคำ” (gold options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อหรือขายทองคำในราคาและเวลาที่กำหนด) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เทรดเดอร์อาจพิจารณาซื้อ “คอลออปชัน” (call option: สิทธิในการซื้อ) หรือทำ “บูลคอลสเปรด” (bull call spread: กลยุทธ์ซื้อคอลที่ราคาใช้สิทธิหนึ่ง และขายคอลอีกตัวที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนและกำหนดความเสี่ยง) เพื่อหวังผลจากโอกาสราคาขึ้นพร้อมควบคุมความเสี่ยง กลยุทธ์นี้ช่วยให้ร่วมได้กับการปรับขึ้นที่อาจเกิดจากความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ หรือการเปลี่ยนท่าทีแบบ “ผ่อนคลาย” (dovish: โน้มไปทางลดดอกเบี้ย/กระตุ้นเศรษฐกิจ) ของธนาคารกลาง ไม่ควรมองข้ามแรงซื้อสม่ำเสมอจากธนาคารกลาง ซึ่งเพิ่มทองคำในทุนสำรองอีก 950 ตันในปี 2025 ต่อเนื่องจากแนวโน้มก่อนหน้า การซื้อแบบสถาบันอย่างต่อเนื่องนี้ช่วยพยุงราคา (price floor: ระดับราคาที่มีแรงรับ) ให้ทองคำ หากข้อพิพาททางทะเลหรือความตึงเครียดทางการค้าเพิ่มขึ้น จะยิ่งทำให้ทองคำโดดเด่นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven: สินทรัพย์ที่คนมักถือเมื่อเสี่ยงสูง) สถิติจุดสูงสุดใหม่ของตลาดหุ้นช่วงหลัง ทำให้เหตุผลในการป้องกันความเสี่ยงด้วยทองคำชัดขึ้น อัตราส่วนราคาต่อกำไรของ S&P 500 (price-to-earnings ratio หรือ P/E: ราคาหุ้นเทียบกำไรต่อหุ้น) อยู่ใกล้ 24 ซึ่งในอดีตมักเกี่ยวข้องกับช่วงตลาดปรับฐาน (market correction: ราคาปรับลงจากระดับสูง) การป้องกันพอร์ตด้วย “ฟิวเจอร์สทองคำ” (gold futures: สัญญาล่วงหน้าทองคำ) อาจช่วยคุ้มครองจากการปรับลงของสินทรัพย์เสี่ยงเหล่านี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets