ภาษีศุลกากรทำงานอย่างไร
ภาษีศุลกากร (Tariffs) คือค่าธรรมเนียมที่รัฐเก็บกับสินค้านำเข้า หรือกับกลุ่มสินค้า เป้าหมายคือช่วยผู้ผลิตในประเทศ โดยทำให้สินค้านำเข้ามีราคาแพงขึ้นเมื่อเทียบกัน และมักใช้ร่วมกับ “กำแพงการค้า” (มาตรการที่ทำให้การนำเข้า/ส่งออกยากขึ้น) และ “โควตานำเข้า” (การกำหนดเพดานปริมาณนำเข้า) ทั้งภาษีศุลกากรและภาษีทั่วไปช่วยเพิ่มรายได้ให้รัฐเพื่อบริการสาธารณะ แต่ทำงานต่างกัน ภาษีศุลกากรจ่ายโดยผู้นำเข้าที่ด่านศุลกากรตอนสินค้าเข้าประเทศ ส่วนภาษีทั่วไปจ่ายตอนซื้อสินค้า/บริการโดยคนและธุรกิจ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดือนพฤศจิกายน 2024 โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่าจะใช้ภาษีศุลกากรเพื่อพยุงเศรษฐกิจสหรัฐฯ และผู้ผลิตในประเทศ ปี 2024 เม็กซิโก จีน และแคนาดาคิดเป็น 42% ของการนำเข้าทั้งหมดของสหรัฐฯ และเม็กซิโกส่งออกไปสหรัฐฯ มูลค่า 466.6 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจากสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ (หน่วยงานรัฐที่เก็บสถิติ)การวางแผนรับความผันผวน
ผู้เทรดตราสารอนุพันธ์ (Derivative: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น หุ้น ดัชนี ค่าเงิน) ควรคาดว่าช่วงสัปดาห์ข้างหน้าอาจมีการเคลื่อนไหวรุนแรงและรวดเร็ว โดยขับเคลื่อนจากการประกาศนโยบายมากกว่าปัจจัยเศรษฐกิจพื้นฐาน เราเห็น VIX (ดัชนีวัดความกลัว/ความผันผวนของตลาด) พุ่งเหนือ 25 สามครั้งในปี 2025 ทุกครั้งเกิดหลังประกาศภาษีใหม่ การซื้อความผันผวนผ่านออปชัน (Options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในราคาและเวลาที่กำหนด) บนดัชนีหลักอย่าง S&P 500 อาจเป็นทางเลือกเพื่อรับมือความปั่นป่วนที่คาดไว้ ตลาดเงิน โดยเฉพาะสกุลเงินที่ผูกกับสินค้าโภคภัณฑ์ จะอยู่แนวหน้าของข้อพิพาทการค้านี้ AUD/USD เป็นตัวชี้วัดสำคัญของการค้าจีน และเราเห็นมันลดจากระดับสูงแถว 0.72 ต้นปี 2025 มาทดสอบ “แนวรับ” (ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อช่วยพยุง) ต่ำกว่า 0.68 ในเดือนนี้ ผู้เทรดควรพิจารณาใช้ออปชันเพื่อเตรียมรับโอกาสอ่อนค่าต่อ เพราะหากจีนดำเนินการโดยตรงมีแนวโน้มกดดันดอลลาร์ออสเตรเลียมาก เรายังต้องจับตาตลาดสินค้าโภคภัณฑ์หลัก ซึ่งมักเป็นเป้าหมายแรกของการขึ้นภาษีตอบโต้ไปมา ควรจำไว้ว่าภาษีตอบโต้ของจีนต่อสินค้าเกษตรช่วงกลางปี 2025 ทำให้สัญญาล่วงหน้าถั่วเหลือง (Futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กำหนดราคาและเวลาส่งมอบ) ร่วง 15% ในไตรมาสเดียว การทำเฮดจ์ (Hedging: การป้องกันความเสี่ยงด้วยการเปิดสถานะอีกด้าน) ต่อสินค้าเกษตรและโลหะอุตสาหกรรมจึงสำคัญสำหรับผู้เทรดที่ถือสถานะในกลุ่มนี้ มาตรการการค้าเหล่านี้ยังกดดันเงินเฟ้อในประเทศ ทำให้เส้นทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: ธนาคารกลางของสหรัฐฯ) ยากขึ้น ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้า/บริการที่คนซื้อ) เดือนมกราคม 2026 แสดงว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core inflation: ตัดราคาที่ผันผวนมาก เช่น อาหารและพลังงาน) ยังอยู่ที่ 3.2% โดยต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญ แรงกดดันด้านราคาที่ต่อเนื่องนี้ทำให้ “ตราสารอนุพันธ์อัตราดอกเบี้ย” (สัญญาที่อิงดอกเบี้ย) และ “ฟิวเจอร์สพันธบัตร” (สัญญาล่วงหน้าอิงราคาพันธบัตร) มีความไม่แน่นอนมากขึ้น การเน้นภาษีศุลกากรเพื่อปรับสมดุลการค้าให้ผลทั้งบวกและลบ ทำให้ยังมีความไม่แน่นอนต่อเนื่อง ข้อมูลจากสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ ปลายปี 2025 ระบุว่า “ขาดดุลการค้า” กับจีน (Trade deficit: นำเข้ามากกว่าส่งออก) แคบลง 8% แต่ขาดดุลการค้ารวมของสหรัฐฯ กลับเพิ่ม 3% เพราะการนำเข้าถูกเปลี่ยนเส้นทางไปประเทศอื่น นี่ชี้ว่ารัฐบาลมีแนวโน้มเดินหน้ากลยุทธ์เดิมมากกว่าถอยกลับ สร้างบัญชี VT Markets แบบไลฟ์ และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets