เงินเฟ้อและมาตรวัดหลัก
เงินเฟ้อ คือการเพิ่มขึ้นของราคาของ “ตะกร้า” สินค้าและบริการ (basket: รายการสินค้าหลายชนิดที่ใช้คำนวณรวมกัน) โดยมักแสดงทั้งแบบเดือนต่อเดือน (MoM: เทียบกับเดือนก่อน) และปีต่อปี (YoY: เทียบกับปีก่อน) ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดรายการที่ผันผวนมากออก) จะตัดรายการที่ผันผวน เช่น อาหารและพลังงาน และมักใช้เป็นเป้าหมายด้านนโยบายแถว 2% ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) วัดการเปลี่ยนแปลงราคาของตะกร้าสินค้าและบริการตามเวลา และรายงานทั้งแบบ MoM และ YoY โดย Core CPI คือ CPI ที่ตัดอาหารและพลังงานที่ผันผวนออกไป และตัวเลข Core ที่สูงมักสัมพันธ์กับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน (foreign exchange/FX: ตลาดซื้อขายเงินตราระหว่างประเทศ) ธนาคารกลางอาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่สูง ซึ่งอาจช่วยหนุนค่าเงิน สำหรับทองคำ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจทำให้อุปสงค์ลดลง เพราะต้นทุนการถือครองสินทรัพย์ที่ “ไม่มีดอกผล” (non-yielding asset: สินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ยหรือเงินปันผล เช่น ทองคำ) สูงขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อที่ต่ำลงอาจให้ผลตรงข้าม ข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดของญี่ปุ่นชี้ว่าเงินเฟ้อชะลอลงชัดเจน โดยอัตรา Core ลดลงมาแตะเป้าหมาย 2.0% ในเดือนมกราคม การชะลอนี้ทำให้แรงกดดันต่อธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan: ธนาคารกลางของญี่ปุ่น) ในการพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในระยะใกล้ลดลง ส่งผลให้ “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” ระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่น (interest rate difference: ความต่างของระดับดอกเบี้ย) มีแนวโน้มยังคงกว้าง และช่วยให้ดอลลาร์แข็งเมื่อเทียบกับเยน มุมมองนี้ยิ่งชัดขึ้นจากตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐ โดยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (non-farm payrolls: จำนวนการจ้างงานใหม่ที่ไม่นับงานเกษตร) ช่วงต้นกุมภาพันธ์แข็งแกร่งเกินคาด เพิ่มขึ้น 210,000 ตำแหน่ง ความแข็งแรงของเศรษฐกิจสหรัฐบ่งชี้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve/Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐ) ไม่น่าจะรีบลดดอกเบี้ย “ความต่างของนโยบาย” (policy divergence: ทิศทางนโยบายดอกเบี้ยที่ต่างกัน) นี้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คู่ USD/JPY ยังยืนใกล้ระดับ 155
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets