This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

รายได้รายไตรมาสของ Blue Owl Capital เพิ่มขึ้น 13.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็น 447.75 ล้านดอลลาร์; กำไรต่อหุ้น (EPS) ลดลงเหลือ 0.36 ดอลลาร์

by VT Markets
/
Feb 19, 2026
Blue Owl Capital Corporation รายงานรายได้ 447.75 ล้านดอลลาร์ สำหรับไตรมาสที่สิ้นสุดเดือนธันวาคม 2025 เพิ่มขึ้น 13.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน (year on year คือเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน) กำไรต่อหุ้น (EPS: earnings per share คือกำไรที่เฉลี่ยต่อหุ้นหนึ่งหุ้น) อยู่ที่ 0.36 ดอลลาร์ ลดลงจาก 0.47 ดอลลาร์ ในปีก่อน รายได้สูงกว่าประมาณการเฉลี่ยของ Zacks (Zacks Consensus Estimate คือค่าเฉลี่ยคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ Zacks รวบรวม) 0.36% ที่ 446.15 ล้านดอลลาร์ EPS สูงกว่าประมาณการเฉลี่ย 1.9% ที่ 0.35 ดอลลาร์ รายได้ดอกเบี้ย (interest income คือเงินที่ได้จากดอกเบี้ยเงินกู้/การลงทุน) จากการลงทุนที่ “ไม่ควบคุมและไม่เกี่ยวข้อง” (non-controlled, non-affiliated คือบริษัทไม่ได้มีอำนาจควบคุม และไม่ได้เป็นกลุ่มเดียวกัน) อยู่ที่ 340.58 ล้านดอลลาร์ เทียบกับประมาณการ 334.04 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 18.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน รายได้อื่นจากหมวดเดียวกันอยู่ที่ 4.87 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 5.54 ล้านดอลลาร์ ลดลง 16.3% รายได้จากเงินปันผล (dividend income คือเงินที่ได้รับจากบริษัทที่ลงทุนจ่ายกำไรเป็นเงินปันผล) จากการลงทุนที่ “ควบคุมและเกี่ยวข้อง” (controlled, affiliated คือบริษัทมีอำนาจควบคุม และเป็นบริษัทในเครือ/เกี่ยวข้องกัน) อยู่ที่ 39.54 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 38.3 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 55.8% รายได้อื่นจากการลงทุนที่ควบคุมและเกี่ยวข้องอยู่ที่ 0.04 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 0.05 ล้านดอลลาร์ ลดลง 68.6% รายได้จากเงินปันผลจากการลงทุนที่ไม่ควบคุมและไม่เกี่ยวข้องอยู่ที่ 19.25 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 22.45 ล้านดอลลาร์ ลดลง 18.9% รายได้ดอกเบี้ยแบบ PIK (PIK: payment-in-kind interest คือดอกเบี้ยที่ไม่ได้รับเป็นเงินสด แต่เพิ่มเป็นยอดหนี้/หน่วยลงทุน เป็นรายได้ที่เสี่ยงกว่าเพราะยังไม่ได้เงินสด) อยู่ที่ 0.09 ล้านดอลลาร์ สำหรับการลงทุนที่ไม่ควบคุมแต่เกี่ยวข้อง เทียบกับ 0.85 ล้านดอลลาร์ ลดลง 89.3% และ 31.55 ล้านดอลลาร์ สำหรับการลงทุนที่ไม่ควบคุมและไม่เกี่ยวข้อง เทียบกับ 28.35 ล้านดอลลาร์ ลดลง 24.5% รายได้จากเงินปันผลของการลงทุน “ไม่ควบคุมแต่เกี่ยวข้อง” (non-controlled, affiliated คือไม่ได้ควบคุมแต่เป็นบริษัทที่เกี่ยวข้อง) อยู่ที่ 0.39 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 0.02 ล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยอยู่ที่ 0.42 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 0.43 ล้านดอลลาร์ ลดลง 8.7% รายได้รวมจากการลงทุน (total investment income คือรายได้รวมที่เกิดจากการลงทุนทั้งหมด) อยู่ที่ 396.25 ล้านดอลลาร์ จากการลงทุนที่ไม่ควบคุมและไม่เกี่ยวข้อง เทียบกับ 390.37 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 10.5% และ 50.58 ล้านดอลลาร์ จากการลงทุนที่ควบคุมและเกี่ยวข้อง เทียบกับ 48.63 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 50.3% โดยรวมถึงรายได้ดอกเบี้ย 11 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 10.28 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 45.7% รายงานล่าสุดช่วงปลายปี 2025 ของ Blue Owl Capital Corporation ให้สัญญาณที่ขัดกันและนำมาใช้วิเคราะห์ได้ แม้รายได้สูงกว่าที่คาดและโต 13.5% จากปีก่อน แต่กำไรต่อหุ้น (EPS) ลดลงมากจาก 0.47 เหลือ 0.36 การที่ “รายได้ดีแต่กำไรอ่อน” ทำให้ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น และมักทำให้ราคาหุ้นแกว่งแรง (price volatility คือราคาขึ้นลงเร็วและกว้าง) ข่าวดีคือรายได้ดอกเบี้ยหลักเพิ่มขึ้น 18.6% และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด ผลนี้สอดคล้องกับภาพที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed คือหน่วยงานกำหนดนโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐ) คงดอกเบี้ยไว้สูงตลอดปี 2025 ทำให้ผู้ปล่อยกู้ เช่น Blue Owl ได้ดอกเบี้ยมากขึ้น จุดนี้บอกว่าธุรกิจหลักยังทำเงินได้ในสภาพเศรษฐกิจตอนนี้ แต่การที่ EPS ลดลงมากเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องจับตา ข้อมูลล่าสุดของไตรมาส 4 ปี 2025 ชี้ว่าการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทในสหรัฐ (corporate credit defaults คือบริษัทไม่จ่ายดอกเบี้ย/เงินต้นตามกำหนด) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และการลดลงของกำไรอาจเป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังเตรียมรับความเสี่ยง “หนี้เสีย” (loan losses คือเงินกู้ที่อาจเก็บไม่ได้) การลดลงมากของรายได้ดอกเบี้ยแบบ PIK ซึ่งเป็นรายได้ไม่ใช่เงินสดและเสี่ยงกว่า ก็สะท้อนว่าบริษัทระวังมากขึ้น จากผลที่ปนกันแบบนี้ ควรคาดว่า “ความผันผวนที่ตลาดคาดไว้” (implied volatility คือค่าที่สะท้อนว่าตลาดคาดว่าราคาจะผันผวนมากแค่ไหน โดยดูจากราคาออปชัน) ของออปชัน OBDC จะเพิ่มขึ้นในระยะใกล้ ย้อนดูพฤติกรรมราคาหุ้นหลังการประชุมชี้แจงงบ (earnings calls คือการที่ผู้บริหารโทร/ประชุมกับนักลงทุนเพื่ออธิบายผลประกอบการ) ในปี 2025 หุ้นมักตอบสนองกับ “ข่าวรายได้ดีกว่าคาด” ก่อน แล้วค่อยมีการปรับเมื่อผู้เล่นตลาดไปดูรายละเอียดภายใน รูปแบบนี้บอกว่ามีโอกาสเกิดการแกว่งระยะสั้นที่อาจไม่ยืนยาว ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า สภาพแบบนี้เหมาะกับกลยุทธ์ออปชันที่ทำกำไรได้ไม่ว่าราคาจะขึ้นหรือลง (options strategies คือวิธีใช้สัญญาออปชันเพื่อวางแผนกำไร/ความเสี่ยง) อาจพิจารณาใช้ straddle หรือ strangle (คือการซื้อออปชัน “ซื้อ” และ “ขาย” เพื่อหวังกำไรจากการแกว่งของราคา โดย straddle ใช้ราคาใช้สิทธิเดียวกัน ส่วน strangle ใช้คนละราคา) ในสัญญาระยะสั้น เช่น หมดอายุเดือนมีนาคมหรือเมษายน 2026 เพื่อเก็บประโยชน์จากความผันผวนที่คาดไว้ หรือถ้ามีมุมมองว่าราคาจะไปทางใดทางหนึ่ง ก็อาจใช้ช่วงที่ค่าเบี้ยออปชันสูง (premium คือเงินที่จ่าย/ได้จากการซื้อขายออปชัน) เพื่อขาย credit spread (คือกลยุทธ์ขายออปชันชุดหนึ่งและซื้ออีกชุดเพื่อจำกัดความเสี่ยง โดยหวังรับส่วนต่างเบี้ย) โดยเดิมพันว่าหุ้นจะอยู่เหนือแนวรับ (support level คือระดับราคาที่มักมีแรงซื้อช่วยพยุง) หรืออยู่ต่ำกว่าแนวต้าน (resistance คือระดับราคาที่มักมีแรงขายกดไว้)

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code