ผลตอบแทนต่ำลงสะท้อนความคาดหวังว่าดอกเบี้ยจะถูกลด
ผลตอบแทนที่ลดลงของตั๋วเงินคลังอายุ 52 สัปดาห์บ่งชี้ว่าตลาดกำลัง “ตั้งราคา” (pricing in คือสะท้อนความคาดหวังไว้ในราคาแล้ว) ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ “เฟด”) จะลดอัตราดอกเบี้ยมากขึ้นในปีข้างหน้า สอดคล้องกับรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI คือการวัดเงินเฟ้อ) เดือนมกราคม 2026 ที่ระบุว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation คือเงินเฟ้อที่ตัดราคาพลังงานและอาหารที่ผันผวนออก) ลดลงเหลือ 2.8% ต่อปี ดังนั้นควรคาดว่าสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยจะต่ำลง สิ่งนี้สนับสนุนแนวทางการลงทุนของเราในการซื้อสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ย (interest rate futures คือสัญญาที่อ้างอิงทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต) ที่ได้ประโยชน์เมื่อดอกเบี้ยลด เช่น สัญญา SOFR เดือนธันวาคม 2026 (SOFR คืออัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นของสหรัฐ) ตลาดมั่นใจมากขึ้น เพราะเครื่องมือ CME FedWatch (เครื่องมือประเมินโอกาสการตัดสินใจดอกเบี้ยของเฟดจากราคาตลาด) แสดงความน่าจะเป็นมากกว่า 75% ที่จะมีการลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายน 2026 ซึ่งเปลี่ยนไปมากจากมุมมองปลายปี 2025 สำหรับการลงทุนในหุ้น ภาพรวมนี้เป็นบวกกับหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นเติบโต (growth stocks คือหุ้นที่คาดว่ากำไรจะโตมากในอนาคต) ที่มีแนวโน้มได้ประโยชน์เมื่อ “อัตราคิดลด” (discount rate คืออัตราที่ใช้แปลงมูลค่าเงินในอนาคตให้เป็นมูลค่าปัจจุบัน) ลดลง เรามองว่าเป็นโอกาสซื้อออปชันซื้อ (call options คือสิทธิในการซื้อที่ราคาที่กำหนด) บนดัชนี Nasdaq 100 (NDX คือดัชนีหุ้นเทคโนโลยี/เติบโตขนาดใหญ่) ตลาดแรงงานที่ชะลอลง โดยรายงานการจ้างงานล่าสุดเพิ่มเพียง 150,000 ตำแหน่ง ยิ่งสนับสนุนว่าเศรษฐกิจชะลอและจะทำให้ต้องใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายมากขึ้น (easier monetary policy คือการลดดอกเบี้ย/เพิ่มสภาพคล่อง) ความคาดหวังว่าดอกเบี้ยจะถูกลดในอนาคตอาจกดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เพราะส่วนต่างผลตอบแทน (yield differentials คือส่วนต่างอัตราผลตอบแทนระหว่างสกุลเงิน/ประเทศ) กับสกุลเงินอื่นแคบลง เราสามารถสะท้อนมุมมองนี้ด้วยการซื้อออปชันขาย (put options คือสิทธิในการขายที่ราคาที่กำหนด) บน ETF ที่ติดตามค่าเงินดอลลาร์ (ETF คือกองทุนซื้อขายในตลาดที่อิงดัชนี/สินทรัพย์) เมื่อเทียบกับปี 2025 ที่ดอลลาร์แข็งค่ามาก เพราะเฟดคงดอกเบี้ยเพื่อกดเงินเฟ้อภาคบริการ (services inflation คือเงินเฟ้อจากบริการ) เมื่อทิศทางนโยบายชัดขึ้น เราคาดว่าความผันผวนของตลาดโดยรวมจะลดลง ตลาดกำลังรับรู้เส้นทางนโยบายของเฟดที่คาดเดาได้มากขึ้น ซึ่งมักทำให้นักลงทุนกังวลน้อยลง การขายสัญญาล่วงหน้าดัชนี VIX (VIX futures คือสัญญาที่อ้างอิงดัชนีความผันผวน) หรือขายออปชันซื้อบนดัชนี (การ “ขายคอล” คือรับพรีเมียมแลกกับความเสี่ยง) อาจเป็นวิธีวางสถานะเพื่อรับประโยชน์จากความไม่แน่นอนที่ลดลงการวางสถานะเพื่อความผันผวนที่ต่ำลง
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets