ผลต่อแนวนโยบาย ECB
เราเห็นเงินเฟ้อเดือนมกราคมของเยอรมนีที่ 2.1% เป็นสัญญาณว่าทรงตัว จึงลดแรงกดดันที่อาจทำให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB: ธนาคารกลางของกลุ่มประเทศใช้เงินยูโร กำหนดอัตราดอกเบี้ยและนโยบายการเงิน) ต้องปรับดอกเบี้ยแบบไม่คาดคิด สถานการณ์นี้ต่างจากช่วงส่วนใหญ่ของปี 2025 ที่เงินเฟ้อสูงต่อเนื่องเป็นตัวหลักที่ทำให้ตลาดผันผวน ข้อมูลที่นิ่งแบบนี้ช่วยหนุนมุมมองว่า ECB สามารถรอได้ สิ่งนี้ลดความเสี่ยงสำคัญในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ทำให้คาดว่าความผันผวนที่ตลาดคาดไว้ (implied volatility: ระดับความผันผวนที่สะท้อนอยู่ในราคาออปชัน) ของหุ้นยุโรปจะลดลง ดัชนี VSTOXX (ดัชนีที่วัดความผันผวนของดัชนีหุ้น Euro Stoxx 50) ลดลงต่ำกว่า 15 แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของปีนี้ สำหรับนักเทรดอนุพันธ์ (derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ดัชนีหุ้น) สภาพแวดล้อมแบบนี้อาจทำให้การขายพรีเมียมออปชัน (options premium: ค่าพรีเมียม/ค่าธรรมเนียมที่ผู้ซื้อจ่ายให้ผู้ขายออปชัน) บนดัชนีหลักอย่าง DAX ดูน่าสนใจ โดยคาดว่าตลาดจะแกว่งในกรอบ (range-bound: ราคาเคลื่อนไหวขึ้นลงในช่วงจำกัด) ตอนนี้ความสนใจย้ายจาก “เงินเฟ้อที่ออกมาผิดคาด” ไปสู่คำชี้นำล่วงหน้าของ ECB (forward guidance: การสื่อสารทิศทางนโยบายในอนาคตเพื่อชี้นำความคาดหวังของตลาด) จากข้อมูลนี้ ตลาดกำลังให้น้ำหนักโอกาสมากกว่า 60% ว่า ECB จะลดดอกเบี้ยภายในกรกฎาคม 2026 เพิ่มขึ้นจากเมื่อเดือนก่อนอย่างชัดเจน เราเชื่อว่าฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ย (interest rate futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่สะท้อนการคาดการณ์ดอกเบี้ยในอนาคต) จะยังสะท้อนมุมมองแบบ “ผ่อนคลาย” (dovish: แนวโน้มสนับสนุนดอกเบี้ยต่ำ/นโยบายการเงินผ่อนคลาย) โดยนักเทรดน่าจะเตรียมรับดอกเบี้ยที่ต่ำลงในช่วงครึ่งหลังของปี สำหรับตลาดเงิน ตัวเลขเงินเฟ้อที่ทรงตัวนี้แทบไม่ช่วยหนุนค่าเงินยูโรให้แข็งขึ้น หากไม่มีโอกาสดอกเบี้ยสูงขึ้นมาช่วยพยุง คู่เงิน EUR/USD (อัตราแลกเปลี่ยนยูโรเทียบดอลลาร์สหรัฐ) อาจขึ้นต่อได้ยาก เราคาดว่านักเทรดจะใช้ออปชันเพื่อป้องกันความเสี่ยงขาลง (downside: ความเสี่ยงที่ราคาจะลดลง) หรือทำกำไรจากการที่คู่เงินยังอยู่ต่ำกว่าแนวต้านสำคัญ (resistance: ระดับราคาที่มักขึ้นผ่านได้ยาก)
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets