ฟิลิป วี จาก DBS ปรับลดคาดการณ์ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยอ้างถึงความกังวลต่อภาวะผู้นำของเฟด การลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ และความเสี่ยงทางการเมืองจากการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ

by VT Markets
/
Feb 16, 2026
ฟิลิป วี (Philip Wee) จากฝ่ายวิจัยของ DBS Group ได้ปรับลดประมาณการค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่และสกุลเงินเอเชีย การเปลี่ยนแปลงนี้เชื่อมโยงกับความไม่แน่นอนเรื่องผู้นำและความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ “เฟด” คือธนาคารกลางของสหรัฐที่กำหนดนโยบายดอกเบี้ย), แนวโน้ม “ลดการพึ่งพาดอลลาร์” (de-dollarisation คือการลดการใช้ดอลลาร์ในการค้า การชำระเงิน และเงินสำรอง), และความเสี่ยงทางการเมืองของสหรัฐก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม (midterm elections คือการเลือกตั้งสมาชิกสภาช่วงกลางวาระประธานาธิบดี) ในเดือนพฤศจิกายน เขาระบุว่า ดอลลาร์ไม่ได้รับแรงหนุนเหมือนเดิมจาก “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” (interest rate differentials คือความต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างประเทศ ซึ่งมักดึงเงินทุนไหลไปยังประเทศที่ดอกเบี้ยสูงกว่า) และแนวคิด “เศรษฐกิจสหรัฐโดดเด่นเป็นพิเศษ” (US economic exceptionalism คือความเชื่อว่าสหรัฐเติบโตหรือแข็งแกร่งกว่าประเทศอื่นอย่างต่อเนื่อง) เขาเสริมว่า “ความน่าเชื่อถือของสถาบัน” (institutional credibility คือความเชื่อมั่นต่อองค์กรรัฐ เช่น ธนาคารกลาง ว่าบริหารอย่างเป็นอิสระและคาดการณ์ได้) และการเมือง กลายเป็นตัวขับเคลื่อนค่าเงินที่สำคัญ DBS คาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 (2H26 คือครึ่งหลังของปี 2026) และยังระบุว่าแนวโน้มลดการพึ่งพาดอลลาร์จะดำเนินต่อไป บทวิเคราะห์ระบุว่า จัดทำด้วยความช่วยเหลือจากเครื่องมือ AI (เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์) และผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการ อีกทั้งอธิบายว่าทีม FXStreet Insights คัดเลือกมุมมองตลาดจากผู้เชี่ยวชาญภายนอก และนักวิเคราะห์ทั้งภายในและภายนอก เราปรับลดประมาณการค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เพราะดอลลาร์ไม่ได้รับแรงหนุนจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยหรือแนวคิดเศรษฐกิจสหรัฐโดดเด่นเป็นพิเศษอีกต่อไป แต่ปัจจัยอย่างความน่าเชื่อถือของสถาบันและความเสี่ยงทางการเมืองกำลังเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เรามองว่าจะมีการลดดอกเบี้ยของเฟด 2 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 การเปลี่ยนมุมมองนี้เกิดขึ้นหลังข้อมูลล่าสุดยืนยันว่า “ช่องว่างการเติบโต” (growth gap คือความต่างของอัตราการเติบโตเศรษฐกิจระหว่างประเทศ) ระหว่างสหรัฐกับเศรษฐกิจหลักอื่นกำลังแคบลง ตัวอย่างเช่น GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ คือมูลค่าการผลิตทั้งหมดของประเทศ) ของสหรัฐในไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 อยู่ที่ 1.9% ขณะที่การฟื้นตัวของยูโรโซนออกมาที่ 1.6% สูงกว่าคาด ทำให้ส่วนต่างที่เคยหนุนดอลลาร์ลดลง แนวโน้มนี้ชี้ว่าความแข็งแกร่งของดอลลาร์ที่อิง “เศรษฐกิจดีกว่า” กำลังอ่อนลง แม้เราคาดว่าเฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ แต่ธนาคารกลางอื่นไม่ได้เดินตามเส้นทางเดียวกัน เช่น ธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank หรือ ECB คือธนาคารกลางของกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร) คงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมกราคม 2026 โดยให้เหตุผลว่า “เงินเฟ้อพื้นฐาน” (underlying inflation คือเงินเฟ้อที่ตัดรายการผันผวน เช่น อาหารและพลังงาน เพื่อดูแนวโน้มจริง) ยังสูง ซึ่งทำให้ “ความได้เปรียบด้านผลตอบแทน” ของดอลลาร์ลดลง (yield advantage คือดอกเบี้ย/ผลตอบแทนที่สูงกว่าจูงใจให้ถือสินทรัพย์สกุลนั้น) ความแตกต่างของนโยบายการเงิน (monetary policy คือการกำหนดดอกเบี้ยและการดูแลสภาพคล่อง) แบบนี้ทำให้แรงหนุนสำคัญของดอลลาร์หายไป การทยอยลดการพึ่งพาดอลลาร์ยังเป็นแรงกดดันอยู่เบื้องหลัง ข้อมูลล่าสุดของ IMF (กองทุนการเงินระหว่างประเทศ) เกี่ยวกับ “เงินสำรองของธนาคารกลาง” (central bank reserves คือเงินตราต่างประเทศที่ธนาคารกลางถือไว้เพื่อเสถียรภาพค่าเงินและชำระหนี้ระหว่างประเทศ) ที่เผยแพร่ปลายปี 2025 ระบุว่าสัดส่วนดอลลาร์ในเงินสำรองที่รายงาน ลดลงทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ 57.9% สะท้อนแนวโน้มระยะยาวที่ค่อย ๆ กดดันสกุลเงินนี้

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code