ผลต่อแนวนโยบายการเงิน
ตัวเลข GDP ไตรมาส 4 ของปี 2025 ที่ออกมาต่ำกว่าคาด เป็นสัญญาณสำคัญว่าเศรษฐกิจในประเทศญี่ปุ่นกำลังชะลอตัว ข้อมูลที่อ่อนแอนี้ทำให้ความคาดหวังเรื่องธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan: ธนาคารกลางของญี่ปุ่น) จะขึ้นดอกเบี้ย ถูกเลื่อนออกไปอีก สำหรับเรา นี่สนับสนุนมุมมองว่าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ธนาคารกลางจะใช้นโยบายแบบผ่อนคลาย (dovish: เน้นคง/ลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจ) มุมมองนี้ทำให้การ “ขายเยน” (short: ทำกำไรเมื่อราคาลง) น่าสนใจ เราควรพิจารณาซื้อออปชันคอล (call options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อในราคาที่กำหนด) บนคู่เงิน USD/JPY (คู่เงินดอลลาร์สหรัฐ/เยน) เพื่อรับประโยชน์จากเยนที่อ่อนค่า ตัวเลขเติบโต 0.1% ที่น่าผิดหวัง บอกเป็นนัยว่า “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” (interest rate differential: ช่องว่างดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ) ระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่นจะยังคงกว้าง ข้อมูลล่าสุดช่วงปลายเดือนมกราคม 2026 ก็สอดคล้องกับมุมมองนี้ โดยเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาที่ผันผวนมาก เช่น อาหารและพลังงานออก) ลดลงมาอยู่ที่ 1.8% ต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ของ BoJ เป็นครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปี จึงยิ่งทำให้ธนาคารกลางมีเหตุผลน้อยลงที่จะเข้มงวดนโยบาย (tighten policy: ขึ้นดอกเบี้ย/ลดการกระตุ้น) และทำให้เงินแข็ง เรามองว่าแนวโน้มของเยนจึงมีโอกาสอ่อนค่าต่อ ในทางกลับกัน เยนที่อ่อนค่ามักเป็นผลดีต่อหุ้นญี่ปุ่น โดยเฉพาะดัชนี Nikkei 225 (ดัชนีหุ้นญี่ปุ่นที่มีหุ้นส่งออกจำนวนมาก) เราควรพิจารณาถือสถานะซื้อ (long: ทำกำไรเมื่อราคาขึ้น) ในสัญญาฟิวเจอร์ส Nikkei 225 (futures contracts: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) เพราะรายได้จากต่างประเทศของบริษัทอย่าง Toyota และ Sony ที่ได้อานิสงส์จากอัตราแลกเปลี่ยน มักชดเชยความกังวลเรื่องเศรษฐกิจในประเทศที่ซบเซาได้ รูปแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะช่วงตลาดปรับขึ้นในปี 2024 เมื่อเยนอ่อนค่าช่วยหนุนให้ Nikkei ทำจุดสูงสุดใหม่สิ่งนี้สนับสนุนการถือหุ้นฝั่งซื้ออย่างไร
สถิติการค้าล่าสุดสำหรับเดือนมกราคม 2026 ที่แสดงว่า “การส่งออก” เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน (year-over-year: เทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน) ยืนยันว่ากลไกนี้กำลังเกิดขึ้นจริง ค่าเงินที่อ่อนลงกำลังเปลี่ยนเป็นยอดขายต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นโดยตรง
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets