การใช้จ่ายผ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์กลับมาเป็นบวก
การฟื้นขึ้นของการใช้จ่ายผ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์เป็น 0.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นการพลิกจากแนวโน้มติดลบที่เห็นช่วงปลายปี 2025 ซึ่งอาจหมายถึงแรงกดดันต่อผู้บริโภคเริ่มลดลง และอาจช่วยพยุงไม่ให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงมากกว่าเดิม สำหรับนักเทรด (ผู้ซื้อขายในตลาดการเงิน) ข้อมูลนี้ทำให้มุมมองที่ว่า “จะมีการลดดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้แน่นอน” ไม่น่าแน่ใจเท่าเดิม จากข้อมูลนี้ ควรทบทวนการคาดการณ์เรื่องการลดดอกเบี้ยระยะใกล้จากธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (Reserve Bank of New Zealand: RBNZ คือหน่วยงานกำหนดนโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ยของประเทศ) ตลาดสวอปอัตราดอกเบี้ย (interest rate swap คือสัญญาแลกเปลี่ยนดอกเบี้ยระหว่าง “ดอกเบี้ยคงที่” กับ “ดอกเบี้ยลอยตัว” เพื่อบริหารความเสี่ยงหรือเก็งกำไร) อาจลดการคาดการณ์โอกาสการลดดอกเบี้ยในครึ่งแรกของปี ทำให้เกิดโอกาสเทรดสวนกับมุมมองก่อนหน้าที่มองลบมากกว่า ธนาคารกลางน่าจะรอดูข้อมูลเพิ่มก่อนส่งสัญญาณเปลี่ยนนโยบาย โดยเฉพาะเมื่อเงินเฟ้อไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 ยังอยู่ที่ 3.8% สูงกว่าเป้าหมายมาก (เงินเฟ้อคือระดับราคาสินค้าและบริการโดยรวมที่เพิ่มขึ้น) การเปลี่ยนความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยนี้มีแนวโน้มช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) หาก RBNZ ยังตรึงดอกเบี้ยไว้ ขณะที่ธนาคารกลางอื่นอย่างธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed คือธนาคารกลางของสหรัฐ) ส่งสัญญาณว่าจะลดดอกเบี้ยในช่วงหลังของปี “ส่วนต่างผลตอบแทน” (yield advantage คือผลตอบแทนจากดอกเบี้ยที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับอีกสกุลเงิน) จะเป็นบวกต่อ NZD อาจพิจารณาซื้อออปชันคอล (call option คือสัญญาที่ให้สิทธิ “ซื้อ” สกุลเงิน/สินทรัพย์ที่ราคาในอนาคต) บน NZD/USD โดยคาดว่าราคาอาจปรับขึ้นเมื่อความต่างของนโยบายชัดขึ้นในตลาด ความแข็งแรงของการใช้จ่ายผู้บริโภค แม้เพิ่มเล็กน้อย ก็เป็นบวกต่อตลาดหุ้นในประเทศ เพราะอาจหมายถึงกำไรของบริษัทที่พึ่งพาการใช้จ่ายผู้บริโภคมีโอกาสทนทานกว่าที่คิด นักเทรดอาจมองการซื้อฟิวเจอร์ส (futures คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กำหนดราคาและวันส่งมอบ/ชำระราคาในอนาคต) บนดัชนี NZX 50 (ดัชนีหุ้นหลักของนิวซีแลนด์) เพราะผู้บริโภคที่ยังใช้จ่ายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของตลาดหลังปี 2025 ที่ยากลำบากผลกระทบต่อดอกเบี้ย ค่าเงิน และหุ้น
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets