ตลาดทองคำติดอยู่ระหว่างแรงซื้อเพื่อความปลอดภัย และดอลลาร์ที่แข็งค่า
ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (US Nonfarm Payrolls: จำนวนงานใหม่ที่เพิ่มขึ้นในระบบเศรษฐกิจ ยกเว้นภาคเกษตร) เพิ่มขึ้น 130,000 ตำแหน่งในเดือนมกราคม สูงกว่าที่คาดไว้ 70,000 และตามหลังเดือนธันวาคมที่ 48,000 (หลังมีการปรับทบทวนตัวเลขลงเล็กน้อย) อัตราว่างงาน (Unemployment Rate: สัดส่วนคนที่หางานแต่ยังไม่มีงานทำ) ลดลงเหลือ 4.3% จาก 4.4% ขณะที่ตลาดคาด 4.4% เจฟฟ์ ชมิด ประธานเฟดสาขาแคนซัสซิตี (Fed: ธนาคารกลางสหรัฐฯ) กล่าวว่าอัตราดอกเบี้ยควรอยู่ในระดับ “ตึง” (restrictive: ดอกเบี้ยสูงเพื่อกดเงินเฟ้อและชะลอการใช้จ่าย) เพื่อกดเงินเฟ้อลง และเขายังไม่เห็นสัญญาณว่าข้อมูลเศรษฐกิจชะลอลงมากนัก ตลาดจับตา CPI วันศุกร์ โดยคาดว่า CPI รวม (headline CPI: เงินเฟ้อรวมทุกหมวด) และ CPI พื้นฐาน (core CPI: ตัดราคาอาหารและพลังงานที่ผันผวนออก) จะอยู่ที่ 2.5% เทียบกับปีก่อน (year on year: เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน) ตอนนี้ทองคำถูกดึงด้วยแรงสำคัญสองด้าน ทำให้ช่วงต่อจากนี้ตึงตัว ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังช่วยหนุนแรงซื้อเพื่อความปลอดภัยให้ทองคำ แต่ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่า จากข้อมูลตลาดแรงงานที่แข็งแรง กลับกดดันทองคำ แรงดึงคนละทางนี้ทำให้ความผันผวน (volatility: ราคาขึ้นลงแรงและเร็ว) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อรายงาน CPI สำคัญจะออกวันศุกร์ สำหรับนักเทรด อาจพิจารณากลยุทธ์ออปชัน (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในอนาคต) ที่ได้ประโยชน์จากการแกว่งแรง เช่น “สแตรดเดิล” (straddle: ซื้อออปชันทั้งฝั่งขึ้นและฝั่งลงที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังกำไรจากการเคลื่อนไหวแรงไม่ว่าทิศทางไหน) ตลาดกำลัง “ตั้งราคา” รอปฏิกิริยา (priced for a reaction: ราคาสะท้อนความคาดหวังว่าจะมีการเคลื่อนไหวหลังข่าว) การวางตำแหน่งเพื่อรับการเคลื่อนไหวของราคา มากกว่าทายทิศทาง อาจเหมาะกว่าตัวเลขเงินเฟ้ออาจเป็นตัวขับเคลื่อนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ครั้งถัดไป
ควรจำว่าในปี 2025 มีการต่อสู้กับเงินเฟ้อหลายรอบ โดยตัวเลขออกมาสูงกว่าคาดบ่อยครั้งจนเฟดต้องเข้มงวดมากขึ้น (forced the Fed’s hand: ทำให้เฟดจำเป็นต้องดำเนินนโยบายเข้ม) ข้อมูล CPI ล่าสุดของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม 2023 ในเหตุการณ์จริง แสดงว่าเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 3.9% สะท้อนว่าการกดแรงกดดันด้านราคาไม่ง่าย หากรายงานวันศุกร์ออกมาสูงกว่าคาดจาก 2.5% ก็จะสนับสนุนมุมมองว่าเฟดต้องคงดอกเบี้ยสูง และอาจทำให้ราคาทองลดลงแรง แต่อย่ามองข้าม “ส่วนเพิ่มจากความเสี่ยงการเมืองระหว่างประเทศ” (geopolitical premium: ราคาที่สูงขึ้นเพราะความกังวลเหตุการณ์โลก) ที่ช่วยพยุงทองเหนือ 5,000 ดอลลาร์ ประวัติศาสตร์ชี้ว่าเมื่อความตึงเครียดระหว่างประเทศสูง เช่น ช่วงต้นความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนปี 2022 ที่ทองปรับขึ้นมากกว่า 10% ภายในไม่กี่สัปดาห์ เงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยอาจแรงกว่าข้อมูลเศรษฐกิจ หากการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านสะดุด ตลาดอาจหันไปโฟกัสข่าวนี้มากกว่าตัวเลขเศรษฐกิจ รายงานการจ้างงานที่แข็งแรง (เพิ่ม 130,000 ตำแหน่ง ขณะที่คาด 70,000) ทำให้เฟดมีเหตุผลเพียงพอที่จะคงดอกเบี้ยสูง ซึ่งสอดคล้องกับคำพูดล่าสุดของเฟดที่มองว่าข้อมูลเศรษฐกิจยังไม่ชะลอมาก สภาพแวดล้อมแบบนี้จำกัดโอกาสขึ้นของทองคำ เพราะทองเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกผล (non-yielding asset: ไม่จ่ายดอกเบี้ยหรือปันผล) แม้เงินเฟ้อเริ่มชะลอ ดังนั้น จุดโฟกัสระยะใกล้คือความเสี่ยงแบบ “ออกได้สองทาง” (binary risk: ผลลัพธ์อาจต่างกันมากขึ้นอยู่กับตัวเลข) จากการประกาศ CPI วันศุกร์ ช่วงสัปดาห์ถัดไปจึงค่อยชั่งน้ำหนักผลของรายงานนี้เทียบกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนไป กลยุทธ์ที่ปรับตัวเร็ว (nimble: เปลี่ยนแผนได้ไว) จากเทรดตามข้อมูลเศรษฐกิจ ไปเทรดตามพาดหัวข่าว จะสำคัญมาก
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets