ความเคลื่อนไหวสำคัญในตลาดหลัก
AUD/USD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย/ดอลลาร์สหรัฐ) ซื้อขายแถว 0.7130 หลังทำจุดสูงสุดในรอบสามปี โดยเชื่อมโยงกับการประกาศ CPI ของจีน (ดัชนีราคาผู้บริโภค: ตัววัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการ) EUR/USD (ยูโร/ดอลลาร์) อยู่แถว 1.1880 ลดลงจากจุดสูงสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์ ขณะที่ GBP/USD (ปอนด์/ดอลลาร์) อยู่แถว 1.3640 ก่อนตัวเลข GDP เบื้องต้นของสหราชอาณาจักรไตรมาส 4 (GDP: มูลค่าการผลิตรวมของประเทศ) ทองคำซื้อขายใกล้ $5,092 และขยับขึ้นเล็กน้อย ข้อมูลถัดไปได้แก่ GDP เบื้องต้นของสหราชอาณาจักร (ไตรมาส 4) ในวันพฤหัสบดีที่ 12 จากนั้นเป็นคาดการณ์เงินเฟ้อของ RBNZ (ธนาคารกลางนิวซีแลนด์) ไตรมาส 1, CPI สวิตเซอร์แลนด์เดือนมกราคม, GDP เบื้องต้นของยูโรโซน (ไตรมาส 4) และ CPI สหรัฐฯ เดือนมกราคม ในวันศุกร์ที่ 13 ธนาคารกลางเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ที่สุด และเพิ่มการถือครอง 1,136 ตัน มูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 ตามข้อมูลของสภาทองคำโลก (World Gold Council: องค์กรที่ติดตามและรายงานข้อมูลตลาดทองคำ) ทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งผลตอบแทนเรียกว่า “อัตราผลตอบแทน/ยีลด์”) และราคาทองอาจได้รับผลจากอัตราดอกเบี้ยและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (ความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ) เมื่อมองย้อนข้อมูลช่วงเดียวกันของปีก่อน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ตลาดไม่ยอมซื้อดอลลาร์สหรัฐ แม้รายงานการจ้างงานจะออกมาดี สาเหตุหลักคือความเชื่อว่าเฟด (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐ) จะผ่อนคลายนโยบายการเงินในช่วงปลายปี แต่วันนี้ต่างออกไป รายงานจ้างงานเดือนมกราคม 2026 เพิ่มขึ้นมากถึง 353,000 ตำแหน่ง และการเติบโตของค่าจ้างยังสูงที่ 4.5% ทำให้นักลงทุนต้องลดโอกาส “การลดดอกเบี้ยเร็ว ๆ นี้” และดันดัชนีดอลลาร์ขึ้นไปแถว 104.00 ความต่างของพฤติกรรมทองคำชัดเจน ปีที่แล้วทองพุ่งขึ้นไปหา $5,092 ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ปกติ โดยแทบไม่สนข้อมูลเศรษฐกิจและถูกมองเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe haven: สินทรัพย์ที่คนมักถือเมื่อกลัวความเสี่ยง) แต่ตอนนี้เมื่อดอลลาร์และยีลด์พันธบัตรสหรัฐแข็ง ทองถูกกดดันมาก และซื้อขายในกรอบปกติแถว $2,030 ดังนั้นกลยุทธ์ออปชัน (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในอนาคต) ที่เดิมพันว่า “จะไม่เกิดการขึ้นแรงทะลุกรอบ” เช่น การขายคอลนอกเงิน (selling out-of-the-money calls: ขายสัญญาซื้อที่ราคาใช้สิทธิอยู่ไกลกว่าราคาปัจจุบัน) อาจใช้ได้ ตราบใดที่เฟดยังส่งสัญญาณเข้มงวดเรื่องดอกเบี้ยอย่างน่าเชื่อถือผลต่อการเทรดและความเสี่ยงจากเหตุการณ์สำคัญ
ช่วงต้นปี 2025 ดอลลาร์ออสเตรเลียทำจุดสูงสุดหลายปีแถว 0.7130 จากข้อมูลบวกของจีน แต่ปัจจุบัน AUD/USD อ่อนแถว 0.6530 จากดอลลาร์สหรัฐที่แข็งเด่นและภาพเศรษฐกิจจีนที่ชะลอลง นี่ชี้ว่า หากดอลลาร์ออสเตรเลียเด้งแข็งในสัปดาห์ข้างหน้า อาจเป็นจังหวะเปิดสถานะขาลง (bearish positions: คาดว่าราคาจะลง) ความต่างระหว่างข้อมูลเศรษฐกิจกับความรู้สึกของตลาดในปีก่อนย้ำว่า “ความคาดหวัง” สำคัญ ด้วยรายงาน CPI สหรัฐฯ ที่จะประกาศวันศุกร์นี้ ควรเตรียมรับความผันผวนสูง เพราะตลาดไวต่อข้อมูลเงินเฟ้อ การซื้อออปชันแบบสตรัดเดิล (straddle: ซื้อทั้งคอลและพุตพร้อมกันที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังได้กำไรถ้าราคาแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) บนคู่เงินหลักอย่าง EUR/USD อาจเป็นวิธีที่รอบคอบในการเทรดเหตุการณ์นี้ โดยหวังกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาครั้งใหญ่ในทิศทางใดก็ได้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets