This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

ราคาส่งออกของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ 0.1% ตามรายงานเดือนธันวาคม

by VT Markets
/
Feb 10, 2026
ราคาส่งออกของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าในเดือนธันวาคม สูงกว่าที่คาดไว้ที่ 0.1% ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่าราคาส่งออกเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดในเดือนนั้น รายงานนี้เปรียบเทียบตัวเลขจริง (0.3%) กับตัวเลขคาดการณ์ (0.1%)

ราคาส่งออกส่งสัญญาณว่าเงินเฟ้อยังดื้อ

การเพิ่มขึ้น 0.3% ของดัชนีราคาส่งออก (ดัชนีที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าที่ขายออกไปต่างประเทศ) ในเดือนธันวาคม 2025 ที่สูงกว่าคาด เป็นสัญญาณเตือนว่าเงินเฟ้อ (ภาวะที่ราคาสินค้าและบริการโดยรวมแพงขึ้น ทำให้เงินมีอำนาจซื้อลดลง) อาจยังไม่ลดลงง่าย ข้อมูลนี้บอกว่าความต้องการสินค้าอเมริกันทั่วโลกยังแข็งแรง และแรงกดดันด้านราคา (แนวโน้มที่ต้นทุนและราคาขยับขึ้น) ยังไม่ลดลงเร็วอย่างที่หลายคนหวัง ทำให้ตลาดระมัดระวังมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ปีใหม่ ความกังวลนี้สอดคล้องกับข้อมูลใหม่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้า/บริการที่ผู้บริโภคซื้อ) เดือนมกราคมชี้ว่าเงินเฟ้อเร่งขึ้นมาอยู่ที่ 0.4% เทียบเดือนก่อนหน้า ขณะที่รายงานตลาดแรงงานล่าสุดบอกว่าอัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับต่ำ 3.6% ตัวเลขเหล่านี้ยืนยันว่าแรงกดดันเงินเฟ้อปลายปี 2025 ไม่ใช่เหตุการณ์ชั่วคราว แต่เป็นแนวโน้มต่อเนื่อง ดังนั้นตลาดจึงปรับมุมมองต่อ “นโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: หน่วยงานที่กำหนดดอกเบี้ยและดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ)” อย่างรวดเร็วในเดือนข้างหน้า ตลาดสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ย (fed funds futures: สัญญาที่ใช้คาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ) เลื่อนเวลา “การลดดอกเบี้ย” ครั้งแรกออกไป โดยโอกาสลดดอกเบี้ยในเดือนพฤษภาคมลดลงต่ำกว่า 40% จากมากกว่า 80% เมื่อเดือนก่อน คล้ายปี 2023 ที่ข้อมูลเศรษฐกิจไม่ยอมอ่อน ทำให้ Fed ต้องคงท่าทีเข้มงวดเรื่องเงินเฟ้อ (hawkish: เน้นขึ้นดอกเบี้ย/คงดอกเบี้ยสูงเพื่อกดเงินเฟ้อ) นานกว่าที่ตลาดคิด สำหรับผู้เทรด หมายถึงต้องเตรียมรับเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งขึ้น และดอกเบี้ยที่สูงอยู่นาน (higher-for-longer: ดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง) อาจพิจารณาถือสถานะซื้อค่าเงินดอลลาร์ผ่านดัชนีดอลลาร์ (DXY: ดัชนีที่วัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก) และพิจารณาซื้อ “พุต” (put option: สัญญาให้สิทธิขายที่ราคาที่กำหนด มักใช้ทำกำไรเมื่อราคาลง/ป้องกันความเสี่ยง) หรือเปิดสถานะขาย (short: ได้ประโยชน์เมื่อราคาลดลง) ในกองทุน ETF พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุยาว (long-duration Treasury bond ETFs: กองทุนที่อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยมาก) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (10-year Treasury yield: ผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากพันธบัตร 10 ปี) กลับขึ้นมาเกิน 4.35% แล้ว และอาจมีโอกาสขยับต่อ สภาพแวดล้อมนี้ยังกดดันหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย เช่น เทคโนโลยีและหุ้นเติบโต (growth stocks: หุ้นที่คาดหวังการเติบโตสูงในอนาคต) การใช้พุตเพื่อป้องกันความเสี่ยงในดัชนีอย่าง Nasdaq 100 (ดัชนีหุ้นเทคโนโลยี/เติบโตขนาดใหญ่) อาจเหมาะเพื่อกันความเสี่ยงจากการปรับลง เพราะต้นทุนการกู้ยืมมีแนวโน้มสูงต่อไป ในช่วงความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น การซื้อ “คอล” (call option: สัญญาให้สิทธิซื้อที่ราคาที่กำหนด มักได้ประโยชน์เมื่อราคาขึ้น) บนดัชนี VIX (ดัชนีความผันผวน: ตัวชี้วัดความผันผวนที่ตลาดคาดการณ์ มักเพิ่มขึ้นเมื่อความกลัวในตลาดสูง) ก็อาจช่วยทำกำไรหากความผันผวนเพิ่มขึ้น

ผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยง

สร้างบัญชีจริง VT Markets ของคุณ และ เริ่มเทรด ตอนนี้

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code