ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน
แนวทางนี้ทำให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลง ซึ่งได้รับผลกระทบจากการที่ BoJ เปลี่ยนแนวทางเมื่อเปรียบเทียบกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอื่น ๆ การอ่อนค่าของเยนและการเพิ่มขึ้นของราคาเชื้อเพลิงทั่วโลกทำให้เกิดเงินเฟ้อมากกว่าที่ BoJ ตั้งเป้าไว้ การเพิ่มขึ้นของเงินเดือนก็มีส่วนผลักดัน ทำให้ BoJ ต้องพิจารณาทิศทางนโยบายใหม่ในปี 2024 ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เงินเฟ้อล่าสุดในญี่ปุ่นสำหรับเดือนกันยายน 2025 อยู่ที่ 2.1% เป็นเดือนที่สามติดต่อกันที่แรงกดดันด้านราคาเริ่มลดลง ซึ่งทำให้ BoJ อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เนื่องจากเงินเฟ้อใกล้เคียงกับเป้าหมาย ส่งผลให้แรงกดดันในประเทศสำหรับการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยลดลง การที่ไม่เคลื่อนไหวนั้นตรงข้ามกับธนาคารกลางสหรัฐซึ่งยังคงอัตราดอกเบี้ยหลักที่สูงกว่า 4.5% มานานกว่า 1 ปี ทำให้ดอลลาร์มีข้อได้เปรียบสูงมากการคาดการณ์และกลยุทธ์ในตลาด
เราต้องจำการแทรกแซงสกุลเงินครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นในปี 2022 และอีกครั้งในฤดูใบไม้ผลิปี 2024 เมื่อเยนอ่อนค่าดิ่งลงต่ำกว่าระดับที่สำคัญ ระดับ 152.00 สำหรับ USD/JPY เคยเป็นเส้นแบ่งของกระทรวงการคลัง ช่วงเวลาที่เงียบสงบในขณะนี้อาจนำไปสู่การเคลื่อนไหวที่กระทันหันและเฉียบขาดหากระดับนั้นถูกฝ่าวงล้อมอย่างเด็ดขาด สำหรับนักเทรดอนุพันธ์ สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าการเดิมพันกับการเพิ่มขึ้นของความผันผวนเป็นกลยุทธ์ที่ดีกว่าการมองเห็นทิศทางที่ชัดเจน ความเสี่ยงสูงของการแทรกแซงทำให้การซื้อออปชันเรียกสั้นๆ ของเยนเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ เพื่อทำกำไรจากการที่เยนอาจมีการปรับค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ความผันผวนที่คาดหวังในตัวเลือก USD/JPY น่าจะเพิ่มสูงขึ้นในสัปดาห์ที่จะถึงนี้เนื่องจากตลาดกำลังประเมินความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนี้ ช่องว่างจากอัตราดอกเบี้ยยังคงมีอยู่ ซึ่งทำให้กลยุทธ์การถือครอง (carry trade) ที่นักลงทุนกู้เงินเยนในอัตราต่ำเพื่อนำไปแลกเป็นดอลลาร์ที่ให้ผลตอบแทนสูง จะยังคงสร้างแรงกดดันให้กับสกุลเงินญี่ปุ่นต่อไป แรงผลักดันนี้จะทดสอบความเด็ดขาดของเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่น เราไม่ควรคาดหวังให้เยนแข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญโดยไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายจาก BoJ หรือต้องมีการแทรกแซงตลาดโดยตรง
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets